ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนถึงต้นยุคสาธารณรัฐจีน สภาพของพระพุทธรูปเล่อซาน จะแตกต่างจากความสะอาดและยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงครับ
เนื่องจากการขาดการดูแลและบูรณะซ่อมแซมมาอย่างยาวนาน พระพุทธรูปในยุคนั้นจึงอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมอย่างหนัก ผ่านร้อนผ่านหนาวจนแทบจะกลืนกินไปกับวัชพืชและธรรมชาติ

ในสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง เดิมทีบริเวณด้านนอกขององค์พระเคยมีศาลาไม้หลายชั้นที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง ในประวัติศาสตร์เรียกว่า “ศาลาต้าเซี่ยง” หรือ “ศาลาต้าเปย” เพื่อช่วยบังแดดบังฝน
แต่ในช่วงสงครามปลายราชวงศ์หมิงถึงต้นราชวงศ์ชิง อาคารหลังนี้ได้ถูกไฟเผาทำลายจนหมดสิ้น เมื่อล่วงเลยมาถึงยุคปลายราชวงศ์ชิง องค์พระจึงต้องตั้งตากแดดตากลม ไร้สิ่งกำบังใดๆ มานานนับร้อยปี และต้องรับมือกับสภาพอากาศตามธรรมชาติโดยตรง
จากการถูกแดดและฝนสาดซัดตลอดทั้งปี ประกอบกับระบบระบายน้ำดั้งเดิมภายในองค์พระอุดตันจนมีน้ำซึมอย่างรุนแรง ทำให้บริเวณพระเศียร (ศีรษะ) พระปราง (แก้ม) พระอังสา (ไหล่) และพระอุระ (หน้าอก) เต็มไปด้วยวัชพืช ตะไคร่น้ำ เถาวัลย์ และพุ่มไม้ขนาดเล็กขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น

หากดูจากภาพถ่ายในโพสต์2ยุคนั้น จะเห็นว่าองค์พระราวกับสวม “เสื้อคลุมหญ้า” หนาเตอะ จนพืชพรรณบดบังพระพักตร์ และแทบจะกลมกลืนไปกับหน้าผาและป่าไม้โดยรอบ เนื่องจากหินทรายแดงเป็นหินที่มีเนื้ออ่อนและง่ายต่อการผุกร่อน เค้าโครงพระพักตร์ขององค์พระจึงถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง ลวดลายบนใบหน้าเริ่มเลือนลาง โดยเฉพาะส่วนพระนาสิก (จมูก) และพระเนตร (ดวงตา) ที่เนื้อหินหลุดร่อนออกไปมาก
พื้นผิวเต็มไปด้วยคราบน้ำและคราบโคลนสีดำสลับขาว ทำให้สูญเสียความงดงามและพระพักตร์ที่ดูอิ่มเอิบเมตตาในอดีตไป ในประวัติศาสตร์ องค์พระเคยผ่านการบูรณะโดยมีการทาสีและฉาบปูนปกป้องผิวเอาไว้ แต่ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงถึงต้นยุคสาธารณรัฐ ชั้นปกป้องเหล่านี้ได้เสื่อมสลายและหลุดลอกออกไปจนหมดทำใหเเห็นเพียงเนื้อหินสีแดงที่ดูด่างและทรุดโทรม

จนกระทั่งในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 องค์พระถึงได้รับการถางหญ้า ทำความสะอาด และบูรณะซ่อมแซมตามหลักวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง จนค่อยๆ ฟื้นคืนความสง่างามกลับมาเป็นหลวงพ่อโตที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ครับ




เรื่องที่น่าสนใจ
- บันเทิง (4)
- ประวัติศาสตร์ (54)
- สถานที่ท่องเที่ยว (30)
- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

- เรื่องลี้ลับกว่า 30ปีก่อน ในพระราชวังต้องห้าม

- เหตุการณ์เพลิงไหม้ตำหนักหลิงเซียว ที่วัดจื่อหนาน

- สตรีรัดเท้ารุ่นสุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัวทองสามนิ้ว”

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้าม”ก่อนการบูรณะ”

- การบูรณะพระราชวังต้องห้ามที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา

- จุดยืนลึกลับหลังวังของ จักรพรรดินีหว่านหรง ในพระราชวังต้องห้าม

- คฤหาสน์ตระกูลหยาง สมัยราชวงศ์ชิง ที่รอคอยการบูรณะ

- ทำไม พระราชวังต้องห้าม บางที่ถึงปิดห้ามเข้า?

- กำเเพงเมืองหนานจิง อายุกว่า600ปี สมัยราชวงศ์หมิง หนึ่งในที่พักอาศัยของเเมว

