พระราชวังต้องห้าม ผ่านยุคสมัยของทั้งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายปี ด้วยความที่เป็นเขตพระราชฐานชั้นในที่ถูกปิดบางา่วนและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของอำนาจจักรพรรดิในอดีต ก็มีเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับ เรื่องลี้ลับขนลุก และ เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ อยู่เสมอครับ

ซึ่งถ้าจากการตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์และข้อมูลอย่างเป็นทางการ ไม่เคยมีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติใดๆ ในพระราชวังต้องห้ามที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ข่าวลือเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงตำนานเมือง (Urban legends) ที่คนแต่งเติมและเล่าต่อๆ กันมาเท่านั้น แต่ถ้าเรามองในมุมของปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ หรือ “ข่าวลือที่โด่งดังที่สุด” ก็มีบางเหตุการณ์ที่น่าสนใจและควรค่าแก่การเจาะลึกครับ


ข่าวลือ สาวใช้ในวังปรากฏตัว ในปี 1992 เเละนี่คือหนึ่งในตำนานลี้ลับที่โด่งดังที่สุดของพระราชวังต้องห้ามครับ เล่ากันว่าในวันที่มีพายุฝนฟ้าคะนองในปี 1992 ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งกำลังหลบฝนอยู่ริมกำแพงสีแดงของพระราชวัง ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องและแสงฟ้าแลบ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นกลุ่มสตรีชุดสมัยราชวงศ์ชิงเดินเรียงแถวผ่านกำแพงไป แถมยังมีข่าวลือว่ามีนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเหตุการณ์นั้นไว้ได้ด้วย

ในตอนนั้นมีคำอธิบายที่ดูเหมือนจะอิงหลักวิทยาศาสตร์แพร่ออกมา โดยบอกว่าสีทากำแพงสีแดงของพระราชวังมีส่วนผสมของ “เฟอร์โรโซเฟอร์ริกออกไซด์ (เเม่เหล็ก) เมื่อเกิดพายุฝนและฟ้าผ่า พลังงานไฟฟ้าจะถูกส่งผ่านลงมา กำแพงสีแดงจึงทำหน้าที่เสมือน “ม้วนเทปวิดีโอ” ที่ใช้หลักการแม่เหล็ก บันทึกภาพของสาวใช้ในวังที่เดินผ่านเมื่อร้อยกว่าปีก่อนเอาไว้ และจะถูกนำมา “ฉายซ้ำ” เมื่อเกิดสภาพอากาศที่มีพายุฝนฟ้าคะนองในลักษณะเดียวกัน

ส่วนนักสถาปัตยกรรมและนักฟิสิกส์ได้ออกมาหักล้างทฤษฎีนี้ในเวลาต่อมา ประการแรกคือกำแพงสีแดงของพระราชวังได้รับการทาสีและบูรณะใหม่หลายครั้ง สีในยุคแรกๆ ถูกทาทับไปหมดแล้ว ประการที่สอง ลำพังแค่สารประกอบเหล็กกับฟ้าผ่า โดยปราศจากอุปกรณ์แปลงสัญญาณแสงและแม่เหล็กไฟฟ้าที่ซับซ้อน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถบันทึกและฉายภาพซ้ำได้ เรื่องราวนี้จึงถูกสรุปว่าเป็นเพียงเรื่องแต่งเพื่อความตื่นเต้นเท่านั้น

เรื่องนี้ได้รับความนิยมเเละถูกเล่าต่อๆกันมาผ่านไกด์นำเที่ยว ใครที่ไปเที่ยวพระราชวังต้องห้ามเเล้วฟังไกด์นำทัวร์(บางคน)เล่าเรื่องนี้ให้ ไม่ต้องตกใจครับเพราะเขาเล่าต่อกันมาจากเหตุการณ์เมื่อกว่า30ปีที่เเล้วเรื่องนี้นี่เอง เเต่อาจจะเติมเเต่งให้ดูน่าสนใจเเละเพิ่มความขลังให้พระราชวังต้องห้ามครับ
จนมาในปี 2015 พิพิธภัณฑ์พระราชวัง (故宫博物院) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ลี้ลับต่างๆ โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ภายในของกู้กง(พระราชวังต้องห้าม) ในทุกยุคทุกสมัย ไม่เคยมีใครพบเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติใดๆ ภาพ “เงาผี” หรือ “เสียงประหลาด” จำนวนมาก แท้จริงแล้วสามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา

อย่างเช่น ปรากฏการณ์ไฟลอยในพระราชวังต้องห้าม ซึ่งเดิมทีวัสดุบางอย่างที่ใช้ในพระราชวังในอดีต หรือสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายใต้ดิน อาจปล่อยธาตุฟอสฟอรัสออกมา เมื่อถึงเวลากลางคืนจะเกิดการลุกไหม้ได้เองตามธรรมชาติ (ก๊าซฟอสฟีน) กลายเป็นดวงไฟลอยไปตามลม ซึ่งคนมักจะตกใจและคิดไปเองว่าเป็นดวงวิญญาณ
ซึ่งพระราชวังต้องห้ามมีพื้นที่กว้างใหญ่มากมีหลายโซนที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม (โดยเฉพาะเขตตำหนักในฝั่งตะวันตกบางโซนที่ลือกันว่า “มีพลังงานหยินหรือความร่มเย็นยะเยือกสูง”) แทบจะไม่มีผู้คนสัญจร ในยามพลบค่ำหรือค่ำคืน กลุ่มอาคารโบราณที่ปิดทึบ ประกอบกับเสียงลมที่พัดหวิวผ่านช่องโหว่ต่างๆ จึงทำให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัวและจินตนาการไปเอง

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เเต่เห็นเหตุการณ์ที่โด่งดังในช่วงกว่า 30ปีก่อนจะทำให้ทางพิพิธภัณฑ์พระราชวังห้ามออกมาเเก้ต่าง เพื่อรักษาฐานผู้เข้าชมไม่ให้หวาดกลัวเเละให้กลับมาเที่ยวพระราชวังต้องห้ามอีก เเต่ใดๆก็ตามเรื่องนี้ในช่วงเวลานั้นทำให้ผู้คนทั่วประเทศสนใจจำนวนมหาศาลเเละเข้ามาเยี่ยมชมเเละต้องการพิสูจน์ด้วยตัวเองในพระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง ประเทศจีน เยอะกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เรื่องที่น่าสนใจ
- บันเทิง (4)
- ประวัติศาสตร์ (54)
- สถานที่ท่องเที่ยว (30)
- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

- เรื่องลี้ลับกว่า 30ปีก่อน ในพระราชวังต้องห้าม

- เหตุการณ์เพลิงไหม้ตำหนักหลิงเซียว ที่วัดจื่อหนาน

- สตรีรัดเท้ารุ่นสุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัวทองสามนิ้ว”

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้าม”ก่อนการบูรณะ”

- การบูรณะพระราชวังต้องห้ามที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา

- จุดยืนลึกลับหลังวังของ จักรพรรดินีหว่านหรง ในพระราชวังต้องห้าม

- คฤหาสน์ตระกูลหยาง สมัยราชวงศ์ชิง ที่รอคอยการบูรณะ

- ทำไม พระราชวังต้องห้าม บางที่ถึงปิดห้ามเข้า?

- กำเเพงเมืองหนานจิง อายุกว่า600ปี สมัยราชวงศ์หมิง หนึ่งในที่พักอาศัยของเเมว

