จุดยืน​ลึกลับหลังวังของ จักรพรรดิ​นีหว่านหรง ในพระราชวัง​ต้องห้าม

โพสต์​นี้น่าจะมีประโยชน์​กับพี่ๆที่กำลังจะไปเยี่ยม​ชม​พระราชวัง​ต้องห้า​มมากเลยทีเดียว เพราะเวลาไปสามารถ​ถ่ายภาพเทียบกับบุคคล​ในอดีต เเละสัมผัส​บรรยากาศ​ได้อย่างลึกซึ้งกว่าเดิม)

คำบรรยายทั้งหมดถัดลงไปใต้ภาพครับ

จากภาพบน: ภาพเมื่อปี 1922 เราจะได้เห็น คนเเรกคือ ​เหวินซิ่ว ภรรยา​คนที่สองของจักรพร​รดิ​ผู่อี๋ ช่วงนั้น อายุเธอประมาณ 13 ปี คนที่ฟ้องหย่าจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ในภายหลังจากออกจาก​พระราชวัง​ต้อง​ห้า​ม​ (คนที่1 จากซ้ายครับ)​

องค์หญิงถัง ซื่อเสีย ภรรยา​คนเเเรกขององค์ชายผู่เจี๋ยน้องชายจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ เธอช่วงปีนั้น อายุประมาณ 15ปี เธอหรงรักผู่อี๋เเต่ได้เเต่งงานกับผู่เตี๋ยซึ่งทั้งสองคนไม่ได้รักกันท้ายที่สุดก็เเยกทางกะน (คนที่2จากซ้าย)

จักรพรรดิ​นี​หว่าน​ห​รง​ ช่วงนั้นเธออายุ 16ปี เข้ามาเเต่งงานกับ​จักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ ปี 1922 (คนที่3จากซ้าย)​โดยทั้งสามกำลังยืนอยู่บริเวณจุดกึ่งกลาง​ของภูเขาจำลอง ที่สร้างสมัยราช​วงศ์​หมิง​ ณ สวนจักรพรรดิ​ ใน​พระราชวัง​ต้องห้าม​ ส่วนด้านบนจะเป็นศาลาอวี่จิ่ง ครับ

ภาพล่าง: ในปัจจุบัน​ คือสถานที่เดียวกัน มุมมองใกล้เคียงกันคือ ศาลาอวี่จิ่ง

จักรพรรดินีหว่านหรง เมื่อปี 1922 อายุ16 ปี ในพระราชวังต้องห้าม

ศาลาอวี่จิ่ง เป็นศาลาชมวิวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาจำลองทางฝั่งตะวันออกของสวนจักรพรรดิ​ในพระราชวังต้องห้าม เดิมทีในสมัยราชวงศ์หมิง บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของตำหนักกวนฮวา แต่ต่อมาในสมัยจักรพรรดิว่านลี่ เเห่ง​ราชวงศ์​หมิง​ ได้ให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยการพูนหินขึ้นเป็นภูเขาจำลองแทน

โดยมีทางเดินหินทอดยาวให้ค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นสู่ยอดเขาจากทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกตัวศาลาสร้างขึ้นด้วยแปลนรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส รองรับด้วยเสา 4 ต้น และใช้เทคนิคโครงสร้างไม้สลักที่เรียกว่า “โต่วกง” ช่วยรับน้ำหนักหลังคา

รูปภาพ เมื่อปี1922 เหวินซิ่ว(ซ้าย) องค์หญิงถัง ซื่อเสีย(กลาง) จักรพรรดินีหว่านหรง(ขวา)

ส่วนหลังคาเป็นทรงยอดแหลม มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกต ตัดขอบด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลืองทอง(สีสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ) ส่วนยอดสุดประดับด้วยลูกแก้วโลหะเคลือบทองคำเปลวที่ส่องประกายเรืองรองเมื่อกระทบแสงแดด

รอบด้านของศาลาเป็นประตูบานสามารถ​เปิดโล่งได้ทั้งสี่ทิศ ล้อมรอบด้วยระเบียงหินอ่อนสีขาวอันงดงาม ศาลาอวี่จิ่งไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างประดับสวนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในเชิงราชประเพณี ซึ่งในอดีตสถานที่แห่งนี้คือจุดที่

จักรพรรดิและจักรพรรดิ​นี​จะขึ้นมาประทับในช่วง เทศกาลฉงหยางซึ่งชาวจีนมีประเพณีการ “ปีนขึ้นที่สูง” เพื่อปัดเป่าโรคภัยและเสริมความเป็นสิริมงคล เเละจากบนศาลาเเห่งนี้ สายตาของโอรสสวรรค์จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันร่มรื่นของสวนจักรพรรดิ​เเละภูเขาจิ่งซานได้ในมุมกว้าง

​รูปภาพของ ศาลาอวี่จิ่ง ในปัจจุบัน บริเวณลูกศรชี้คือ จุดยืนของทั้งสามคน
​รูปภาพของ ศาลาอวี่จิ่ง ในปัจจุบัน บริเวณลูกศรชี้คือ จุดยืนของทั้งสามคน
​รูปภาพของ ศาลาอวี่จิ่งบริเวณด้านหลัง ติดกับประตูเฉินอู่ ในปัจจุบัน
​รูปภาพของ ศาลาอวี่จิ่ง ในปัจจุบัน บริเวณลูกศรชี้คือ จุดยืนของทั้งสามคน (ช่วงหิมะปกคลุม)
​รูปภาพ ตำเเหน่งของศาลาอวี่จิ่ง ในปัจจุบัน ที่เคยเป็นจุดยืนของทั้งสามคน

เรื่องที่น่าสนใจ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel