บริเวณกำแพงเมืองโบราณสมัยราชวงศ์หมิง ภายในสวนสาธารณะทะเลสาบเสวียนอู่ เมืองหนานจิง มีชาวเมืองจำนวนมากสะดุดตากับความน่ารักของลูกแมวน้อย 3 ตัว เจ้าเหมียวเหล่านี้ได้ยึดเอาช่องว่างบนกำแพงที่สูงมาทำเป็นที่พักผ่อนชั่วคราวอันแสนอบอุ่น เเละดูเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ดูจากการชะโงกหัวเล็กๆ ออกมาทักทายอย่างอยากรู้อยากเห็น


กำแพงเมืองหนานจิงสมัยราชวงศ์หมิง เป็นกำแพงเมืองโบราณที่ยาวที่สุด มีขนาดใหญ่ที่สุด และได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมไว้ได้ดีที่สุด

เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1366 (ช่วงๆปลายราชวงศ์หยวนต่อต้นราชวงศ์หมิง) ใช้เวลาสร้างประมาณ 27 ปี จูหยวนจาง(จักรพรรดิหงอู่) ได้นำกลยุทธ์ “สร้างกำแพงให้สูง สะสมเสบียงให้มาก และชะลอการตั้งตัวเป็นใหญ่” มาใช้ โดยเกณฑ์ช่างฝีมือนับแสนคนจากหลายมณฑลทั่วประเทศ ทุ่มเทกำลังคนและทรัพยากรมหาศาลเพื่อสร้างกำแพงนี้ขึ้นมา เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับหนานจิงในฐานะเมืองหลวงยุคแรกของราชวงศ์หมิง ซึ่งจะมีความแตกต่างจากกำแพงเมืองปักกิ่งในยุคหลังที่มีความเหลี่ยมและเป็นระเบียบ ทิศทางการสร้างกำแพงเมืองหนานจิงสอดรับกับสภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

โดยสร้างลัดเลาะไปตามแนวเทือกเขา เช่น ภูเขาจื่อจิน และขนาบไปกับระบบแม่น้ำ เช่น แม่น้ำฉินหวย และ ทะเลสาบเสวียนอู่ (จุดที่น้องเเมวอยู่) ราชสำนักได้กำหนดให้ก้อนอิฐทุกก้อน ซึ่งมีน้ำหนักราวๆ10-20 กิโลกรัม ต้องสลักชื่อไว้ทั้งหมด ตั้งแต่ระดับเมือง แคว้น อำเภอ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงาน ไปจนถึงช่างเผาอิฐและผู้คุมงานระดับล่างสุด

หากพบว่าอิฐก้อนใดไม่ได้คุณภาพ สามารถเอาผิดถึงขั้นประหารชีวิตตามชื่อที่สลักไว้ได้ทันที ซึ่งจากกำแพงเมืองชั้นนอกที่เคยมีความยาวถึง 35.3 กิโลเมตร ปัจจุบันยังคงมีกำแพงเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ยาวประมาณ 25.1 กิโลเมตร





