
เท้า”ดอกบัวทองคำสามนิ้ว三寸金蓮” คือมาตรฐานความงามขั้นสุดยอดของประเพณีการรัดเท้า ในวัฒนธรรมจีนโบราณ โดยใช้เรียกเท้าของสตรีที่ถูกพันด้วยผ้าอย่างแน่นหนาจนมีรูปทรงแหลมเล็กและสั้นกุด

ในมาตราวัดของจีนโบราณ “สามนิ้ว” จะมีความยาวเพียงประมาณ 10 เซนติเมตร เท่านั้น สังคมในยุคนั้นได้แบ่งระดับความงามของเท้าที่ถูกรัดเเต่งต่างกันไป
ถ้ายาวกว่า 5 นิ้ว เรียกว่า “ดอกบัวเหล็ก” (鐵蓮) ถือเป็นระดับล่างสุด 4 นิ้ว เรียกดอกบัวเงิน
เเละยาว 3 นิ้ว เรียกว่า “ดอกบัวทองคำ” (金蓮) ถือเป็นความสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติที่สุด

โดยเชื่อกันว่าการรัดเท้าเริ่มต้นขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังใต้ ก็อยู่ใน “ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร” ตำนานเล่าว่ากษัตริย์หลี่อวี้ทรงมีพระสนมองค์โปรด เย่าเหนียง เธอใช้ผ้าพันเท้าให้โค้งงอคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว
และขึ้นไปร่ายรำบนแท่นดอกบัวทองคำด้วยท่วงท่าที่งดงามอ่อนช้อย ทรงสะกดสายตาผู้คนจนเกิดเป็นกระแสให้สตรีชาววังและชนชั้นสูงพากันลอกเลียนแบบ

จนไปสู่ยุคพัฒนา ช่วงราชวงศ์ซ่ง ซึ่งธรรมเนียมนี้เริ่มแพร่หลายไปสู่สามัญชน แต่การรัดเท้าในยุคนี้ยังเป็นเพียงการพันเท้าให้ดูเรียวยาวและตรงเป็นหลัก ยังไม่ถึงขั้นหักกระดูกจนผิดรูปอย่างรุนแรงเหมือนในยุคต่อๆ มา

ส่วนในยุคเฟื่องฟู ช่วงๆราชวงศ์หมิงและชิง ถือเป็นยุคทองของการรัดเท้า ประเพณีนี้ฝังรากลึกในสังคมชาวฮั่นแทบทุกชนชั้น เมื่อราชวงศ์ชิง (ชาวแมนจู) เข้ามาปกครอง ได้พยายามออก “คำสั่งห้ามรัดเท้า” อยู่หลายครั้ง
แต่ค่านิยมนี้ฝังลึกเกินกว่าจะถอนรากได้ จนเกิดคำกล่าวที่ว่า “ชายยอมจำนน (โกนผมเปีย) แต่หญิงไม่ยอมจำนน (เลิกรัดเท้า)”

ใดๆก็ตามสตรีชาวแมนจูจะไม่ได้รัดเท้า แต่จะสวมรองเท้าส้นสูงตรงกลางที่เรียกว่า “รองเท้าส้นกระถางดอกไม้” แทน
จนมาถึงในช่วงยุคเสื่อมสลาย หรือปลายๆราชวงศ์ชิง-ต้นยุคสาธารณรัฐจีน โดยมีแนวคิดการปฏิรูปและวัฒนธรรมตะวันตกแผ่ขยาย ปัญญาชนเริ่มรณรงค์ “การเคลื่อนไหวเพื่อเท้าธรรมชาติ” (天足運動) เพื่อต่อต้านความโหดร้ายนี้
จนกระทั่งก่อตั้งสาธารณรัฐจีน รัฐบาลได้ออกกฎหมายสั่งห้ามการรัดเท้าอย่างเด็ดขาด ประเพณีที่สืบทอดมานับพันปีจึงค่อยๆ หมดไป

ในสายตาของคนยุคนั้น เท้าที่เล็กจิ๋วคือสัญลักษณ์ของความงาม ความบอบบาง และความสูงศักดิ์ “ดอกบัวทองคำสามนิ้ว” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ตัดสินว่าหญิงสาวจะได้แต่งงานกับครอบครัวที่มีฐานะดีและยกระดับชนชั้นทางสังคมของตนเองได้หรือไม่
ซึ่งกระบวนการรัดเท้านั้นโหดร้ายทารุณ โดยจะเริ่มทำเมื่อเด็กหญิงอายุเพียง 4-6 ขวบ นิ้วเท้าทั้งสี่ (ยกเว้นนิ้วโป้ง) จะถูกหักพับงอเข้าไปใต้ฝ่าเท้าและพันรัดด้วยผ้าอย่างแน่นหนา

ทำให้กระดูกผิดรูปถาวร สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดไปตลอดชีวิต แต่ยังพรากอิสรภาพในการเดินและการใช้แรงงานไปจากเธอเหล่านี้
เป็นการกักขังผู้หญิงให้อยู่แต่ในเรือนชาน ซึ่งสะท้อนถึงการควบคุมสตรีภายใต้สังคมชายเป็นใหญ่ในยุคโบราณอย่างชัดเจนครับ
- บันเทิง (2)
- ประวัติศาสตร์ (20)
- สถานที่ท่องเที่ยว (15)
- ย้อนไปกว่า 120ปี สิ้นมนต์ขลังพระราชวังต้องห้าม กับชีวิตผู้ที่ถูกทิ้งไว้ในวัง ช่วงเเปดชาติยึดครองเมื่อ ปี 1901

- คฤหาสน์หรูสมัยราชวงศ์ชิง ที่รกร้าง ในผิงเหยา เมืองจิ้นจง มณฑลซานซี ของจีน

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้ามกว่า120ปีก่อน กับจุดยืนของขันที ปี 1900

- อนุสรณ์สถานรำลึกสมรภูมิที่ซงซาน

- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

- สตรีรัดเท้ารุ่นสุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัวทองสามนิ้ว”

- จุดยืนลึกลับหลังวังของ จักรพรรดินีหว่านหรง ในพระราชวังต้องห้าม

- คฤหาสน์ตระกูลหยาง สมัยราชวงศ์ชิง ที่รอคอยการบูรณะ

- ทำไม พระราชวังต้องห้าม บางที่ถึงปิดห้ามเข้า?

- เจียง ไคเชก ได้เคารพศพในสุสานซุนยัตเซ็นที่นานกิง ครั้งสุดท้าย

