
ในช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา พระราชวังต้องห้ามก่อนการบูรณะ ที่มันไร้ซึ่งเสียงของนักท่องเที่ยว และปราศจากความงดงามสดใสเหมือนที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซมใหม่ ตำหนัก พระที่นั่ง เเละบริเวณโดยรอบถูกคลุมด้วยฝุ่นผง และเเฝงไปด้วนความลึกลับ แปลกตา และมีมนต์ขลัง

กำแพงสีแดงชาดที่เคยสดใส หลุดร่อนออกเป็นแผ่นใหญ่เนื่องจากต้องตากแดดตากลมมานับร้อยปี เผยให้เห็นพื้นผิวของอิฐสีเทาและสีแดงเข้มที่อ่อนแก่สลับกันไป ตามซอกหลืบของกระเบื้องหลังคาสีเหลืองทอง มีหญ้าแห้งและตะไคร่น้ำเติบโตขึ้น เมื่อย่างก้าวเข้าไปในลานพระราชวังที่ยังไม่เปิดให้เข้าชมและเต็มไปด้วยวัชพืช ความลึกลับก็ถาโถมเข้าใส่ มันคือความเงียบสงบที่ถูกผนึกไว้ด้วยกาลเวลา

ประตูไม้ของห้องหลายแห่งถูกล็อคแน่นหนา ห่วงทองเหลืองเต็มไปด้วยสนิมสีเขียวเกาะ แสงที่ลอดผ่านช่องประตูคือความมืดมิดอันลึกล้ำและฝุ่นละอองที่ปลิวว่อนอยู่ในลำแสง เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องบนถนนอิฐสีฟ้าที่แตกบิ่น ราวกับจะได้ยินเสียงสะท้อนของเหล่านางในที่เดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในพระราชวังต้องห้ามนี้ ทุกซอกทุกมุมดูเหมือนจะซุกซ่อนความลับที่ยังไม่เคยถูกบอกเล่าไว้อีกมากมาย

รูปปั้นสัตว์มงคลบนหลังคาที่เคยดูน่าเกรงขาม กลับมีรูปทรงที่เลือนลางลง เนื่องจากการผุกร่อนอย่างหนัก ในวันที่มีฝนตก พวกมันดูราวกับสัตว์ประหลาดที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด คอยจ้องมองนุษย์อย่างเงียบๆ ต้นสนร้อยปีในอุทยานหลวง มีกิ่งก้านที่บิดเบี้ยวและพันกันยุ่งเหยิง คล้ายกับมือยักษ์ที่เหี่ยวย่นกำลังเอื้อมไปสู่ท้องฟ้า เมื่อประกอบกับภูเขาจำลองที่ผุกร่อนรอบๆ จึงกลายเป็นภูมิทัศน์ที่ดูแปลกประหลาดราวกับมีมนต์ขลัง

ภาพพระราชวังต้องห้ามก่อนการบูรณะคือต้นฉบับประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ผ่านการตัดต่อ ความงามของมันไม่ได้อยู่ที่ความงดงามในอดีตเพียงแค่อน่างเดียว แต่อยู่ที่ความสงบเยือกเย็นในการเผชิญหน้ากับความเสื่อมสลายรวมถึงความหนักแน่นและสัจธรรมที่กาลเวลามอบให้สถานที่เเห่งนี้

เเต่ถ้าพูดถึงโครงการบูรณะพระราชวังต้องห้าม (พิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กงแห่งปักกิ่ง) ครั้งยิ่งใหญ่และเป็นระบบที่สุดในยุคสมัยใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “โครงการบูรณะใหญ่ร้อยปีแห่งกู้กง” ครับซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการจริงๆก็ในปี ค.ศ. 2002 โดยโครงการนี้ยาวนานถึง 18ปี โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการบูรณะให้กลุ่มสถาปัตยกรรมทั้งหมดฟื้นคืนความงดงามตระการตาเหมือนในอดีตเพื่อต้อนรับปี ค.ศ. 2020 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 600 ปีแห่งการสถาปนาพระราชวังต้องห้าม

การบูรณะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมโครงสร้างทั่วไป แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่พลิกโฉมหน้าการทำงานของพระราชวังต้องห้าม โดยเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้น “ซ่อมแซมฉุกเฉิน” เพื่อกู้ภัยอาคารที่ทรุดโทรมอันตรายในอดีต ยกระดับไปสู่การจัดระบบ “การปกป้องคุ้มครองอย่างครอบคลุม” อย่างแท้จริง

เเต่ในความเป็นจริงเเล้ว นับตั้งแต่มีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พระราชวังขึ้นในปี ค.ศ. 1925 การดูแลรักษาและการซ่อมแซมเฉพาะจุดในชีวิตประจำวันก็ยังคงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด เเต่ไม่ได้เป็นระบบระเบียบเท่าไหร่ เนื่องจากสภาวะความวุ่นวายในช่วงเวลานั้นค่อนข้างหนักหน่วง จึงมีการหยุดการบูรณะเเละเปิดปิดเป็นบางช่วงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากจะกล่าวถึงการบูรณะครั้งใหญ่แห่งศตวรรษอย่างครอบคลุมที่ริเริ่มโดยทางการอย่างเต็มรูปแบบถือเอาปี ค.ศ. 2002 เป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่สุดครับ

เรื่องที่น่าสนใจ
- บันเทิง (4)
- ประวัติศาสตร์ (54)
- สถานที่ท่องเที่ยว (30)
- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

- เรื่องลี้ลับกว่า 30ปีก่อน ในพระราชวังต้องห้าม

- เหตุการณ์เพลิงไหม้ตำหนักหลิงเซียว ที่วัดจื่อหนาน

- สตรีรัดเท้ารุ่นสุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัวทองสามนิ้ว”

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้าม”ก่อนการบูรณะ”

- การบูรณะพระราชวังต้องห้ามที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา

- จุดยืนลึกลับหลังวังของ จักรพรรดินีหว่านหรง ในพระราชวังต้องห้าม

- คฤหาสน์ตระกูลหยาง สมัยราชวงศ์ชิง ที่รอคอยการบูรณะ

- ทำไม พระราชวังต้องห้าม บางที่ถึงปิดห้ามเข้า?

- กำเเพงเมืองหนานจิง อายุกว่า600ปี สมัยราชวงศ์หมิง หนึ่งในที่พักอาศัยของเเมว

