
ชายคนนี้คือโจวถัง เป็นคนละคนกับโจวตี้นะครับ โจวถังเกิดที่เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในช่วงที่การแสดงตัวเป็นเชื้อพระวงศ์ เขากลัวว่าจะเป็นอันตรายทางการเมือง ทำให้เขาได้อพยพเข้ามาตั้งรกรากและทำมาหากินใหม่ที่ฮ่องกง

ซึ่งเขาเคยกล่าวอ้างเเละระบุตัวตนว่าเป็นเชื้อพระวงศ์แมนจู โดยเป็นทายาทรุ่นที่ 11 ของนู่เอ๋อร์ฮาชื่อปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ชิง
ในช่วงแรกที่ย้ายอยู่ฮ่องกง เขาใช้ชีวิต แต่งตัว และตัดผมเหมือนชาวฮ่องกงทั่วไป จนเขาเริ่มหันมาศึกษาประวัติศาสตร์และรากเหง้าของเขาอย่างจริงจังอีกครั้ง

เเละเขาตัดสินใจรื้อฟื้นวิถีชีวิตแบบบรรพบุรุษ โดยการโกนผมครึ่งหัว ไว้หางเปียรวมถึงสวมใส่เสื้อผ้าพื้นเมืองของแมนจู ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในร้านหรือเดินตามท้องถนน
ซึ่งเขาได้เปลียนเเนวคิดมาเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่กำลังจะสูญหาย มากกว่าการแต่งตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจเกี่ยวกับทายาทราชวงศ์ชิง

โดยอาชีพที่เขาเริ่มทำคือเปิดร้านถ่ายรูป ล้างอัดรูปในย่านจิมซาจุ่ย ตั้งอยู่ทางใต้สุดคาบสมุทรเกาลูน ฮ่องกง โดยตั้งชื่อร้านว่า (ปาฉีเซียงก่วน -八旗相館 -หรือร้านถ่ายรูปแปดกองธง) ผู้คนในฮ่องกงมักเรียกเขาว่า “อ๋องน้อย” เป็นหนึ่งในร้านที่เก่าเเก่เลยทีเดียวในย่านนั้นครับ

ซึ่งภรรยาของเขาให้การสนับสนุนวิถีชีวิตนี้อย่างเต็มที่ และช่วยเขาจัดแต่งหางเปียอยู่เสมอ โจวถังมีลูกชายซึ่งเป็นกลุ่มอาการดาวน์

เขาและภรรยาดูแลลูกชายอย่างใกล้ชิดด้วยความรัก โดยบางครั้งลูกชายก็จะสวมชุดแบบจีนดั้งเดิมด้วยเช่นกัน
โจวถังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาไม่ได้ต้องการเรียกร้องสิทธิพิเศษใดๆ หรือฝันถึงการฟื้นฟูราชวงศ์ เขาเพียงแค่ภูมิใจในสายโลหิตแมนจูของตนเอง และเลือกใช้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายในฐานะคนธรรมดาที่เคารพประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษในแบบที่เขาเชื่อมั่นครับ(เเกน่าจะปล่อยวางครับ)

โดยสายโลหิตราชวงศ์โดยตรงของเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่โจวถังก็ถูกมองว่าเป็นสีสันทางวัฒนธรรมที่แปลกตาในฮ่องกง

ความมุ่งมั่นที่เขามีต่อประวัติศาสตร์ราชสำนักชิง ทำให้เขากลายเป็นกรณีศึกษาพิเศษที่มักถูกกล่าวถึงในบริบทของการอพยพและอัตลักษณ์ของทายาทชาวแมนจูในยุคปัจจุบัน

