
ย้อนไปในช่วงประมาณต้นปี 2013ที่ผ่านมา มีการค้นพบสุสานของจักรพรรดิสุยหยางเเห่งราชวงศ์สุย ในเฉาจวง เมืองหยางโจว ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับชุมชนนักโบราณคดีทั้งหมด ณ ช่วงเวลานั้น

โดยถัดจากหลุมจักรพรรดิสุยหยาง มีการค้นพบหลุมศพอีกแห่งหนึ่ง เป็นร่างของสตรีท่านหนึ่งถูกฝังอย่างสงบอยู่ภายในสุสาน ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยากายภาพจากมหาวิทยาลัยหนานจิงระบุว่าร่างดังกล่าวเป็นร่างสตรี สูงประมาณ 1.5 เมตร

ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันบันทึกประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าหลี่ซื่อหมิน ได้ส่งร่างจักรพรรดินีเซียวไปที่หยางโจวเพื่อฝังร่วมกับจักรพรรดิสุยหยางแห่งราชวงศ์สุย ซึ่งเป็นสามีของเธอ
ส่วนมงกุฎล้ำค่านี้ถูกวางไว้ไม่ไกลจากร่างของเธอมากนัก ซึ่งมงกุฎในเวลานั้นแตกต่างไปจากมงกุฎทองคำประดับอัญมณีที่ผู้คนจินตนาการไว้มาก สำหรับคนทั่วไปเเล้วดูเผินๆจะดูเหมือนกับก้อนดินโคลนที่มีซากเปลือกหอยติด(ตามในภาพเลยครับ)

เเต่เมื่อมองผ่านสายตาของอาชีพนักโบราณคดีในก้อนโคลนเก่าๆนี้ทำให้พวกเขามองว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีค่ามหาศาล โดยเครื่องประดับดอกไม้ชุบทองที่ที่ห่อหุ่มด้วยโคลนกระจัดกระจาย และลูกปัดแก้วไม่กี่เม็ดเผยให้เห็นข้อมูลที่สำคัญที่ซ่อนอยู่ได้

ช่วงเวลานั้นนักโบราณคดีรู้สึกตื่นเต้น(จะมีคลิปให้ชมภายหลังนะครับ) ถ้าหากการสันนิษฐานนี้เป็นจริง นี่อาจเป็นมงกุฎจักรพรรดินีจากราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถังเพียงอันเดียวที่ถูกค้นพบจนถึงขณะนี้ครับ

ทีมงานทั้งหมดเริ่มการวางแผนที่จะนำขึ้นมาจากดินโคลน เเต่มันไม่ง่ายเเบบที่คิดครับ เพราะเมื่อพวกเขาพิจารณาเเล้วว่ายากเเละเกรงว่ามงกุฎจะเสียหายไปมากกว่านี้
โดยงานวิจัยพบว่ามงกุฎของจักรพรรดินีเซียวคาดว่าเป็นมงกุฎสำหรับพิธีการสำหรับสตรีชั้นสูงในราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง เมื่อช่วงค้นพบบรรจุอยู่ในกล่องไม้ยาวประมาณ 0.6 เมตร กว้าง 0.4 เมตร มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เครื่องราง ขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่รอบๆ เช่น ลวดทองแดงหัก แผ่นทองแดงหัก และลูกปัดผง

มงกุฎทั้งหมดมีอาการของการยุบบางส่วน ผิดรูปทรง กัดกร่อน แตก หักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีตำหนิ และเป็นผง เครื่องประดับที่ทำจากวัสดุหลายชนิดมีสภาพเเย่มากและอยู่ในสภาพทรุดโทรมเกินกว่าตะบูรณะในช่วงเวลานั้น

ซึ่งหลังจากวางเเผนมาเป็นเวลานานโครงการคุ้มครองมงกุฎจักรพรรดินีเซียวเริ่มขึ้นในช่วงประมาณต้นเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 เเละหลังจากเตรียมการมาหลายสัปดาห์

ทางทีมโครงการได้รีบเร่งไปที่หยางโจวในวันที่ 25 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2014 ตามที่ศาสตราจารย์หยางกล่าวไว้ตามเเผน ก่อนที่จะบรรจุและขนส่ง เจ้าหน้าที่โบราณคดีต้องใช้การสแกน 3 มิติก่อนเพื่อสแกนรูปร่างมงกุฎของจักรพรรดินีเซียว

จากนั้นจึงถ่ายภาพเพื่อบันทึกข้อมูล และรวบรวม บันทึก และชั่งน้ำหนักเครื่องประดับที่กระจัดกระจายอยู่ทั้งหมด กล่องปูนปลาสเตอร์ถูกสร้างขึ้นหลังจากมีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสถานะเดิมของโบราณวัตถุอย่างระมัดระวังแล้วเท่านั้น

โดยขั้นแรกให้ห่อทรายละเอียดที่ผ่านการกรองด้วยพลาสติกแรป แล้วใช้กระสอบทรายชนิดพิเศษนี้เพื่อเติมในบริเวณที่ไม่เรียบบนผิวมงกุฎ

จากนั้นคลุมมงกุฎให้แน่นด้วยพลาสติกแรปเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแยก จากนั้นยึดมงกุฎทั้งหมดด้วยพลาสเตอร์ให้แน่นหนา และสุดท้ายทำกล่องพลาสเตอร์เพื่อการขนส่ง

โดยเคลื่อนย้ายมงกุฎจนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมปี ค.ศ. 2014 และกล่องของมงกุฎจักรพรรดินีเซียวและตัวอย่างที่แยกออกมาได้ทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถาบันโบราณคดีและโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมหยางโจวเพื่อเก็บรักษาครับ

ต่อมาวันที่ 7 กรกฎาคมปี ค.ศ. 2014 สถาบันโบราณคดีและโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมหยางโจวได้นำมงกุฎจักรพรรดินีเซียวไปที่สถาบันคุ้มครองโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซีเพื่อเก็บรักษา

จนกระทั้งในวันที่ 20 สิงหาคม ปี ค.ศ. 2014 ได้ถูกโอนไปยังห้องปฏิบัติการคุ้มครองและบูรณะโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าเพื่อการวิจัยเบื้องต้น เเผนงานทำความสะอาดมงกุฎในห้องปฏิบัติการเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2014

ทีมงานโครงการทำการบันทึกรายละเอียดงานทุกอย่างที่ทำกับโบราณวัตถุไว้ ขั้นแรก เขาจะสร้างตารางพิกัดโดยใช้หน่วย 1 ซม. เครื่องประดับทุกชิ้นที่ทำความสะอาดแล้วจะต้องทำเครื่องหมายด้วยตำแหน่งและตัวเลขครับ

ส่วนร่องรอยที่เหลือจากการทำความสะอาดโบราณวัตถุจะถูกบันทึกไว้เป็นหมวดหมู่ต่างๆ พวกเขาได้เก็บดินที่ทำความสะอาดจากมงกุฎของจักรพรรดินีเซียวไว้หมด
เเละดินบางส่วนก็ถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการที่หยางโจวเช่นกัน ส่วนขวดอื่นๆ ทั้งหมดได้รับการติดฉลากและเก็บรักษาไว้อย่างดี

จากการทำความสะอาดทางโบราณคดีในห้องปฏิบัติการร่วมกับการสำรวจด้วยรังสีเอกซ์แบบไม่ทำลายล้าง นักวิจัยค้นพบว่าโครงสร้างของมงกุฎประกอบด้วย เคราข้างแก้ม 2 อัน คานรูปกากบาท 2 อัน และห่วง 3 อันที่มีลักษณะเหมือนแหวน

เเละด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือไฮเทคอื่นๆพบอีกว่ามีต้นดอกไม้ 13 ต้นบนยอดทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยก้านดอก กลีบดอกและเกสรตัวผู้ มีกลีบดอกสีทองแดง 166 กลีบ และเกสรตัวผู้ 33 อัน ด้านหลังของมงกุฎมีเครื่องประดับรูปหยดน้ำจำนวน 12 ชิ้น

นอกจากนี้ นักวิจัยโบราณคดีในห้องปฏิบัติการยังค้นพบ ปิ่นปักผม 9 อัน มนุษย์หิน 12 ตัว เครื่องประดับสำริดอีก 16 ชิ้น และดอกไม้ตูม 1 ดอก
ส่วนด้านวัสดุที่ใช้จะมีทั้งหมด 10 ชนิด ได้แก่ ทองแดง ทอง เหล็ก แก้ว หินอ่อนสีขาว ไข่มุก ไม้ แล็กเกอร์ และผ้าไหม

วัสดุเหล่านี้จากการวิเคราะห์ ได้ถูกขึ้นรูปโดยผ่านกระบวนการ 11 ขั้นตอน ได้แก่ การตอก การเชื่อม การแกะลวดลาย การฝัง การปักลูกปัด การปิดทอง การชุบทอง การแกะสลัก การขัด การตัด และการเคลือบแล็กเกอร์

และงานทำความสะอาดและคุ้มครองหลักเสร็จสิ้นเกือบหมดภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2015 รวมๆการทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานใช้เวลากับมงกุฎจักรพรรดินีเซียว เกือบๆสามปีเลยทีเดียว
เเต่ทั้งหมดทั้งมวลทีมงานก็ไม่กล้าที่จะบูรณะมงกุฎนี้กลับมาให้เหมือนในอดีตได้เเละไม่มีทางที่จะทำให้ของจริงอายุนับพันปีชุดนี้กลับมาได้เหมือนครั้งอดีต
จนในที่สุดในช่วงต้นเดือนมกราคมปี ค.ศ. 2016 ทีมงานโครงการได้มอบหมายให้บริษัทมืออาชีพแห่งหนึ่งในปักกิ่ง “ทำแบบจำลองมงกุฎของจักรพรรดินีเซียว” เพื่อนำเสนอ “รูปลักษณ์ที่แท้จริง” ของมงกุฎของจักรพรรดินีเซียวให้สาธารณชนได้รับทราบเเบบะเอียดเท่าที่จะทำได้

โดยมงกุฎสวยๆในโพสต์ที่ไม่เปือนโคลนที่เราเห็น คือ”เเบบจำลอง” จากของจริงนะครับ เเต่ผมชอบในความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่มากครับ เก็บรายละเอียดที่สามารถบอกลักษณะโครงสร้างของมงกุฎได้ขนาดนี้ จนทำให้สามารถสร้าง”เเบบจำลองมงกุฎ” ออกมาได้สำเร็จ สุดจริงครับ
เมื่อมงกุฎจำลองเสร็จสิ้นในช่วงปี 2016 ทั้งของจริง(อยู่ในกองดินโคลน)และของจำลองจัดแสดงและเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์หยางโจวเป็นการชั่วคราว
แต่หลังจากที่อุทยานโบราณสถานสุสานจักรพรรดิสุยหยางสร้างเสร็จและเปิดให้เข้าชมเมื่อช่วงต้นปี 2024 โบราณวัตถุกว่า 400 ชิ้น รวมถึงมงกุฎของจริงเเละของจำลอง ก็ได้ถูกย้ายกลับมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์บนพื้นที่สุสานเดิมที่ขุดพบอย่างเป็นทางการจนถึงปัจจุบันครับผม
📌ซึ่งจากข้อมูลที่เราหามาได้ จะมีข้อมูลสองชุด คือ 1. มงกุฎได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงสุยเเละได้มอบให้จักรพรรดินีเซียวช่วงที่สามีของเธอขึ้นครองบัลลังก์ ซึ่งถ้าสร้างในช่วงราชวงศ์สุย (ปีค.ศ.581-618) อายุมงกุฎนี้ก็จะประมาณ (1, 444 ถึง 1,404ปี)
2.มงกุฎได้ถูกสร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิถังไท่จง (หลี่ซื่อหมิน) เเห่งราชวงศ์ถัง (ปีค.ศ. 626 -649) อายุของมงกุฎก็จะประมาณ (1399-1376)ปี ด้วยความเมตตาเเละความชื่นชมเธอ หลี่ซื่อหมินจึงได้มอบมงกุฎล่ำค่าชิ้นนี้พร้อมกับพิธีเคลื่อนย้ายเเละฝังร่างไปที่ยางโจวใกล้ๆสามีของเธอ ในปี ค.ศ. 647 ผมลองหาข้อมูลมาให้วิเคราะห์ประมาณนี้นะครับ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวเเละข้อมูลดีๆ ครับ
ขอบคุณนะครับ 🥰🙏
สวยงามมากค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ
ขอบคุณนะครับ🥰🙏
Miraculous.