ศาลาเจ้าแม่กวนอิม กลางน้ำอายุกว่า700ปี สมัยราช​วงศ์​ซ่ง​เเละราชวงศ์​หยวน​

​ ศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดหลงผานจี”ครับ ​ซึ่งสิ่งที่ทำให้ศาลาแห่งนี้เป็นที่ฮือฮาและน่าทึ่งที่สุด คือสถานที่เเห่งนี้สามารถหยัดยืนอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่เเรงของแม่น้ำแยงซีเกียง ​เเละผ่านการถูกน้ำท่วมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงความแข็งแกร่งไม่พังทลายลงมา โดยศาลานี้ที่ตั้งกลางแม่น้ำแยงซีเกียง นอกประตูเมืองเสี่ยวตงเหมิน เมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน

รูปศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ภายใน)

ห่างจากฝั่งราว 300 เมตร ตำนานเล่าว่ามีการสร้างวัดเล็กๆในสมัยราชวงศ์ซ่งในบริเวณนี้ และได้มีทำการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 1345 สมัยราชวงศ์หยวน ​ถึงเเม้จะเริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวน แต่เมื่อผ่านยุคสมัยการผลัดแผ่นดินและการกัดเซาะของกระแสน้ำ

​สถาปัตยกรรมที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เเสดงให้เห็นโครงสร้างพื้นฐานเดิมของยุคหยวน ที่ถูกสลักลึกด้วยศิลปะการบูรณะและสถาปัตยกรรมจากยุคราชวงศ์หมิงและชิงอย่างเด่นชัด ​ตัวอาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อรับกระแสน้ำ มีความยาวประมาณ 24 เมตร กว้าง 10 เมตร โครงสร้างหลักเป็นไม้แบบศาลาจีนโบราณ

รูปศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ช่วงน้ำลด)

ภายในมีพื้นที่กะทัดรัดแต่จัดสรรอย่างลงตัว และที่น่าสนใจคือการอยู่ร่วมกันของพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า โดยเรียงลำดับจากด้านหน้า (ทิศตะวันตก) ไปด้านหลัง (ทิศตะวันออก) คือ ศาลากวนหลาน , วิหารตงฟางซั่ว, วิหารเจ้าแม่กวนอิม, วิหารเหล่าจวิน และหอฉุนหยางบนชั้นสอง

รูปแบบพุทธและเต๋าร่วมชายคาเดียวกันที่ลงตัวในสมัยหมิงและชิงนี้ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการศึกษาคติความเชื่อและสถาปัตยกรรมทางศาสนาของจีน โดยเคล็ดลับที่ทำให้ศาลาแห่งนี้ตระหง่านท้าคลื่นลมมากว่า 700 ปีโดยไม่พังทลาย คือความชาญฉลาดของช่างโบราณคือ

​ กำแพงกันน้ำทรงโค้ง (หัวเรือต้านคลื่น)จะด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นจุดปะทะกระแสน้ำโดยตรง ช่างก่อสร้างได้นำหินแดงและอิฐสีน้ำเงินมาก่อเป็นกำแพงรูปตัวยู (U) โค้งรับไปกับรูปทรงของโขดหิน
กำแพงนี้ทำหน้าที่เหมือน “หัวเรือรบ” ที่ช่วยลดแรงปะทะของมวลน้ำ และทำหน้าที่แหวกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากให้ไหลเบี่ยงออกไปด้านข้าง

รูปศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ช่วงน้ำเยอะ)

​ระบบระบายน้ำอัจฉริยะภายใน อาคารมีการออกแบบช่องเปิดรับแสง (ลานตากฟ้า) และมีสระน้ำที่ก่อด้วยหินอ่อนสีขาว (ฮั่นไป๋อวี้) ​เมื่อน้ำลดหรือมีฝนตกหนัก น้ำที่ขังอยู่จะถูกรวบรวมไว้ที่นี่ และระบายออกสู่ภายนอกอย่างรวดเร็วผ่านท่อระบายที่ซ่อนตัวอยู่ ช่วยให้เสาไม้และโครงสร้างอิฐไม่เน่าเปื่อยจากการแช่น้ำขัง

​ ฐานของอาคารและโขดหินธรรมชาติ​ ถูกยึดประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิท นักธรณีวิทยาสมัยใหม่เคยเข้าสำรวจและยืนยันว่า โขดหินธรรมชาติแห่งนี้มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ทำให้ศาลาทั้งหลังเปรียบเรือหินยักษ์ที่ทอดสมอฝังแน่นอยู่กลางแม่น้ำ

ในทุกครั้งที่ถึงฤดูน้ำหลากของลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ระดับน้ำมักจะสูงจนท่วมฐานศาลาหรือแม้กระทั่งหน้าต่างชั้นหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพ ศาลากลางบาดาล ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และพอน้ำลด ศาลาแห่งนี้ก็จะกลับมาตระหง่านเหนือผิวน้ำอย่างสง่างามเช่นเดิมครับ

รูปศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ช่วงน้ำลด)
รูปศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ภายใน)
รูปศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ภายใน)

เรื่องที่น่าสนใจ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel