สตรีรัดเท้ารุ่น​สุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัว​ทอง​สาม​นิ้ว”

รูปภาพ เท้าของสตรีวัยเด็กที่รัดเท้า ในช่วงปลาย​ราชวงศ์​ชิง​

เท้า”ดอกบัวทองคำสามนิ้ว三寸金蓮” คือมาตรฐานความงามขั้นสุดยอดของประเพณีการรัดเท้า ในวัฒนธรรมจีนโบราณ โดยใช้เรียกเท้าของสตรีที่ถูกพันด้วยผ้าอย่างแน่นหนาจนมีรูปทรงแหลมเล็กและสั้นกุด

รูปภาพ เท้าของสตรีที่รัดเท้า ในช่วงปลาย​ราชวงศ์​ชิง​

  ​ในมาตราวัดของจีนโบราณ “สามนิ้ว” จะมีความยาวเพียงประมาณ 10 เซนติเมตร เท่านั้น สังคมในยุคนั้นได้แบ่งระดับความงามของเท้าที่ถูกรัดเเต่งต่างกันไป
🔸​ถ้ายาวกว่า 5 นิ้ว เรียกว่า “ดอกบัวเหล็ก” (鐵蓮) ถือเป็นระดับล่างสุด
🔸​ถ้า ยาวประมาณ 4 นิ้ว เรียกว่า “ดอกบัวเงิน” (銀蓮)
เเละถ้ายาว 3 นิ้ว เรียกว่า “ดอกบัวทองคำ” (金蓮) ถือเป็นความสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติที่สุด

รูปภาพ เท้าของสตรีที่รัดเท้า ในช่วงปลาย​ราชวงศ์​ชิง​

  ​โดยเชื่อกันว่าการรัดเท้าเริ่มต้นขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังใต้ ก็อยู่ใน “ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร”​ ตำนานเล่าว่ากษัตริย์หลี่อวี้ทรงมีพระสนมองค์โปรด เย่าเหนียง เธอใช้ผ้าพันเท้าให้โค้งงอคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว

  และขึ้นไปร่ายรำบนแท่นดอกบัวทองคำด้วยท่วงท่าที่งดงามอ่อนช้อย ทรงสะกดสายตาผู้คนจนเกิดเป็นกระแสให้สตรีชาววังและชนชั้นสูงพากันลอกเลียนแบบ

รูปภาพ เท้าของคุณยายที่รัดเท้า ในสมัยสาธารณรัฐ​จีน​ เเละเป็นหนึ่งในสตรีรัดเท้ากลุ่ม​สุดท้าย​ในจีน

​จนไปสู่ยุคพัฒนา ช่วงราชวงศ์ซ่ง ซึ่งธรรมเนียมนี้เริ่มแพร่หลายไปสู่สามัญชน แต่การรัดเท้าในยุคนี้ยังเป็นเพียงการพันเท้าให้ดูเรียวยาวและตรงเป็นหลัก ยังไม่ถึงขั้นหักกระดูกจนผิดรูปอย่างรุนแรงเหมือนในยุคต่อๆ มา

รูปภาพ เท้าของคุณยายที่รัดเท้า ในสมัยสาธารณรัฐ​จีน​ เเละเป็นหนึ่งในสตรีรัดเท้ากลุ่ม​สุดท้าย​ในจีน

  ​ส่วนในยุคเฟื่องฟู ช่วงๆราชวงศ์หมิงและชิง ถือเป็นยุคทองของการรัดเท้า ประเพณีนี้ฝังรากลึกในสังคมชาวฮั่นแทบทุกชนชั้น เมื่อราชวงศ์ชิง (ชาวแมนจู) เข้ามาปกครอง ได้พยายามออก “คำสั่งห้ามรัดเท้า” อยู่หลายครั้ง
   ​แต่ค่านิยมนี้ฝังลึกเกินกว่าจะถอนรากได้ จนเกิดคำกล่าวที่ว่า “ชายยอมจำนน (โกนผมเปีย) แต่หญิงไม่ยอมจำนน (เลิกรัดเท้า)”

รูปภาพ เท้าของคุณยายที่รัดเท้า ในสมัยสาธารณรัฐ​จีน​ เเละเป็นหนึ่งในสตรีรัดเท้ากลุ่ม​สุดท้าย​ในจีน

​ใดๆก็ตามสตรีชาวแมนจูจะไม่ได้รัดเท้า แต่จะสวมรองเท้าส้นสูงตรงกลางที่เรียกว่า “รองเท้าส้นกระถางดอกไม้” แทน

​จนมาถึงในช่วงยุคเสื่อมสลาย หรือปลายๆราชวงศ์ชิง-ต้นยุคสาธารณรัฐ​จีน  โดยมีแนวคิดการปฏิรูปและวัฒนธรรมตะวันตกแผ่ขยาย ปัญญาชนเริ่มรณรงค์ “การเคลื่อนไหวเพื่อเท้าธรรมชาติ” (天足運動) เพื่อต่อต้านความโหดร้ายนี้

​ จนกระทั่งก่อตั้งสาธารณรัฐจีน รัฐบาลได้ออกกฎหมายสั่งห้ามการรัดเท้าอย่างเด็ดขาด ประเพณีที่สืบทอดมานับพันปีจึงค่อยๆ หมดไป

รูปภาพ เท้าของคุณยายที่รัดเท้า ในสมัยสาธารณรัฐ​จีน​ เเละเป็นหนึ่งในสตรีรัดเท้ากลุ่ม​สุดท้าย​ในจีน

​ในสายตาของคนยุคนั้น เท้าที่เล็กจิ๋วคือสัญลักษณ์ของความงาม ความบอบบาง และความสูงศักดิ์ “ดอกบัวทองคำสามนิ้ว” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ตัดสินว่าหญิงสาวจะได้แต่งงานกับครอบครัวที่มีฐานะดีและยกระดับชนชั้นทางสังคมของตนเองได้หรือไม่

   ​ซึ่งกระบวนการรัดเท้านั้นโหดร้ายทารุณ โดยจะเริ่มทำเมื่อเด็กหญิงอายุเพียง 4-6 ขวบ นิ้วเท้าทั้งสี่ (ยกเว้นนิ้วโป้ง) จะถูกหักพับงอเข้าไปใต้ฝ่าเท้าและพันรัดด้วยผ้าอย่างแน่นหนา

รูปภาพ เท้าของคุณยายที่รัดเท้า ในสมัยสาธารณรัฐ​จีน​ เเละเป็นหนึ่งในสตรีรัดเท้ากลุ่ม​สุดท้าย​ในจีน

​ทำให้กระดูกผิดรูปถาวร สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดไปตลอดชีวิต แต่ยังพรากอิสรภาพในการเดินและการใช้แรงงานไปจากเธอเหล่านี้

เป็นการกักขังผู้หญิงให้อยู่แต่ในเรือนชาน ซึ่งสะท้อนถึงการควบคุมสตรีภายใต้สังคมชายเป็นใหญ่ในยุคโบราณอย่างชัดเจนครับ



Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel