​คฤหาสน์​ตระกูลหยาง สมัยราช​วงศ์​ชิง​ ที่รอคอย​การบูรณะ​

คฤหาสน์​โบราณตระกูลหยาง ตั้งอยู่ในเขตต้าเน่ย เมืองไถหนาน  ซึ่งปัจจุบัน​ได้ใช้เป็น”ศาลบรรพชนหยางฉางลี่”  ด้วยสภาพที่ทรุดโทรมและขาดการซ่อมแซมมานาน ในช่วงเทศกาลเช็งเม้งลูกหลานตระกูลหยางเห็นพ้องกันว่าตัวอาคารอยู่ในสภาพที่อันตรายเกินกว่าจะเข้าไปใช้งาน จึงตัดสินใจที่จะบูรณะซ่อมแซม เเต่กลับมีผู้แจ้งเรื่องไปยังสำนักวัฒนธรรมเมืองไถหนาน จึงเลื่อนไปก่อน

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่(บริเวณลานหน้าอาคาร)

สถานที่แห่งนี้ถือเป็นคฤหาสน์​ที่เก่าแก่ที่สุดในเขตต้าเน่ย สร้างขึ้นโดย หยางกวงหมัว บุตรชายคนที่สี่ของหยางฉางลี่ ด้วยฐานะที่มั่งคั่ง เขาได้สร้างคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1790 ​เขาได้รับสิทธิ์ให้ประดับหลังคาทรง “หางนกนางแอ่น” อันเป็นเอกลักษณ์ได้ วัสดุก่อสร้างทั้งหิน ไม้ และอิฐ ล้วนถูกขนส่งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ภายในประดับประดาด้วยงานแกะสลักและภาพวาดอย่างวิจิตรบรรจง

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (บริเวณลานหลักมุมบนหลังคา โครงสร้างเเละโครงถักสามชั้น)

เเต่น่าเสียดายที่การขาดการดูแลรักษาทำให้คฤหาสน์​หลังนี้ถูกหัวขโมยลักเอาแผ่นป้ายชื่อ แงะภาพจิตรกรรมฝาผนัง และแม้กระทั่งป้ายวิญญาณบรรพบุรุษก็ถูกขโมยไป​ ซ้ำร้ายในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ไถหนานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ยังได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก หลังคาทรงหางนกนางแอ่นหักโค่นลงมาทับกระเบื้องแตก  เสาและคานเอียงทรุด

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (บริเวณพื่นที่โดยรอบ)


โครงสร้างไม้และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่งดงาม ผุพังจากการรั่วซึมของน้ำฝน ความเสียหายเหล่านี้ทำให้ลูกหลานที่ต้องเข้ามาทำพิธีเซ่นไหว้ต้องเสี่ยงอันตรายจากการถูกหลังคาถล่มทับอยู่ตลอดเวลา ​ต่อมาคณะกรรมการจัดการทรัพย์สิน  มีมติให้สร้างหลังคาเหล็กเมทัลชีทคลุมชั่วคราวเพื่อกันแดดกันฝน และเพิ่งจะได้อัญเชิญป้ายวิญญาณบรรพบุรุษออกมาไว้ชั่วคราวบริเวณลานบ้าน

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (บริเวณส่วนของหลังคา งานเเกะสลักดอกไม้เเขวน)

  แต่แผนการนี้ถูกระงับไว้หลังสำนักวัฒนธรรมเข้ามาประกาศให้เป็น”โบราณสถานชั่วคราว” พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมประเมินคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ​ด้าน นาย หยาง เซี่ยนจง อดีตผู้ใหญ่บ้านและผู้ดูแลคณะกรรมการเซ่นไหว้ของตระกูล (ซึ่งบรรพบุรุษของเขาคือน้องชายของหยางฉางลี่) เปิดเผยว่า ภาครัฐเคยลงพื้นที่มาสำรวจตั้งแต่สมัยอดีตผู้ว่าการเมืองไถหนาน  แล้วเรื่องก็เงียบหายไป

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (บริเวณด้านข้างของลานหลัก)

​จนบัดนี้ที่อาคารผุพังกลายเป็นพื้นที่อันตรายถึงเพิ่งจะกลับมาหารือกันอีกครั้ง  หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริง เขาก็ยินดีเป็นตัวกลางช่วยสื่อสารกับคนในตระกูลเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน และทางตระกูลก็พร้อมที่จะหาวิธีสมทบทุนบูรณะส่วนหนึ่ง ขอเพียงอย่าปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อต่อไป

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่

ทางด้านหัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียนมัธยมต้นต้าเน่ย กล่าวเสริมว่า คฤหาสน์​แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สำคัญของนักเรียนมาโดยตลอด หากรัฐบาลผลักดันเป็นโบราณสถานเพื่อช่วยอนุรักษ์อาคารแห่งนี้ไว้ ทางโรงเรียนก็รู้สึกยินดีและสนับสนุนอย่างเต็มที่

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (บางส่วนเสียหายหนัก)

​หลังจากการหารืออย่างถี่ถ้วน คณะกรรมการลงความเห็นว่า แม้โครงสร้างอาคารโดยรวมของศาลบรรพชนหยางฉางลี่จะอยู่ในสภาพเอียงทรุด แต่เมื่อพิจารณาเจาะลึกถึงรายละเอียดของโครงสร้างไม้ งานไม้แกะสลัก ไปจนถึงการประดับตกแต่งด้วยอิฐสีน้ำเงิน

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (บริเวณฐานเสาหินของ หยางกวงหมัว)

  จะเห็นได้ชัดเจนว่าศิลปะวิทยาการและฝีมือช่างในอดีตนั้นมีความประณีตและวิจิตรบรรจงเป็นอย่างมาก ​นอกจากนี้ ฐานเสาธงสองต้น บริเวณลานกว้างหน้าอาคาร ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลหยางในอดีต ​รวมถึงบริบทการก่อร่างสร้างชุมชนในพื้นที่ต้าเน่ย ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการจึงมีมติให้ขึ้นทะเบียนคฤหาสน์​แห่งนี้ปัจจุบัน​ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ เขตต้าเน่ย เป็น “อาคารประวัติศาสตร์” ที่รอการบูรณะ​ต่อไป

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (นักเรียนที่ โรงเรียนประถมต้าเน่ย มณฑลไถหนาน มาทัศนศึกษา)

ถ้าพูดถึง หยางฉางลี่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 18 (ตรงกับยุคราชวงศ์ชิงตอนกลาง สมัยจักรพรรดิ​เฉียนหลงครับ) ท่านและพี่น้อง (เช่น หยางฉางหยวน) เป็นกลุ่มคนจีนโพ้นทะเลรุ่นแรกๆ  จากมณฑลฮกเกี้ยน (เป็นมณฑลชายฝั่งทะเลที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน) ที่ข้ามช่องแคบ(ระยะทางโดยประมาณ 130-180 กิโลเมตร) มาลงหลักปักฐานในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือเขตต้าเน่ย เมืองไถหนาน ไต้หวัน  ท่านถือเป็นหนึ่งในต้นสายหรือบรรพบุรุษรุ่นแรกๆที่สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับตระกูลหยางในพื้นที่ในเขตนี้

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่

​แม้จะไม่มีบันทึกชัดเจนว่า หยางฉางลี่เองประกอบอาชีพอะไร แต่การที่เขาสามารถเลี้ยงดูและส่งเสียบุตรชายให้ได้ดี สะท้อนให้เห็นถึงฐานะและวิสัยทัศน์ที่ไม่ธรรมดา บุตรชายคนที่สี่ หยางกวงหมัว ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นบุคคลสำคัญของตระกูล  จนสามารถสร้างคฤหาสน์ประจำตระกูลอันยิ่งใหญ่ได้ในปี ค.ศ. 1790 (หรือที่เรารู้จักกันในชื่อศาลบรรพชนหยางฉางลี่)

ศาลบรรพชนหยางฉางลี่ (นักเรียนที่ โรงเรียนประถมต้าเน่ย มณฑลไถหนาน มาทัศนศึกษา)

เรื่องที่น่าสนใจ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel