
สถานที่เเห่งนี้เราจะได้เห็นอาคารโบราณต่างๆเเละวิธีการทรมานทรกรรมนักโทษในช่วงราชวงศ์หมิงเเละราชวงศ์ชิงเเบบใกล้ชิดครับ เเห่งนี้คือ ที่ว่าการเมืองหวยอัน สถานที่เเห่งนี้ไม่เพียงแต่มีทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยม
โดยอยู่ติดกับอดีตสำนักงานข้าหลวงใหญ่ดูแลการขนส่งทางน้ำเป็นจุดยุทธศาสตร์ของศูนย์กลางคลองขุด เเละเป็นหนึ่งในสองที่ว่าการเมืองโบราณที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศจีนปัจจุบัน (อีกแห่งหนึ่งคือที่ว่าการเมืองหนานหยางในมณฑลเหอหนาน)

โดยเริ่มสร้างขึ้นสทมัจักรพรรดิหงอู่(จูหยวนจาง)แห่งราชวงศ์หมิง ราวปีค.ศ. 1370 และถูกใช้งานเรื่อยมาจนถึงช่วงปลายราชวงศ์ชิง ปัจจุบันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 650 ปี
ทำหน้าที่หลักๆในฐานะหน่วยงานบริหารระดับท้องถิ่นขั้นสูงสุดของราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง เเละที่ถูกรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ กลุ่มสถาปัตยกรรมของที่ว่าการเมืองหวยอันได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางพิธีการของศาลากลางโบราณที่เรียกว่า “โถงด้านหน้า พื้นที่ส่วนตัวด้านหลัง”อย่างเคร่งครับ
การจัดวางพื้นที่ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ประณีต แต่ยังจำลองระบบการทำงานของระบบราชการโบราณได้อย่างสมจริง จะมีหลายโซนอย่างเช่น โซนสำนักงานส่วนหน้า โซนที่พักอาศัยส่วนหลัง แกนตะวันออก (การต้อนรับและจัดเลี้ยง) แกนตะวันตก (กระบวนการยุติธรรม เรือนจำเเละการทรมาน)
อย่างเช่นห้องสถานที่สอบสวน ห้องพักรอสอบปากคำ ห้องทรมานเพื่อสอบสวน และหอฟ่าเจี้ยน (法鉴堂) ซึ่งจำลองฉากการไต่สวนนักโทษและการบีบบังคับให้รับสารภาพในสมัยโบราณ ส่วนการจัดแสดงเครื่องมือทรมาน ปัจจุบัน พื้นที่โถงที่สอง โถงที่สาม และเรือนปีกของแกนตะวันตกทั้งหมด มีการจำลองและจัดแสดงเครื่องมือทรมานทั้งจองจริงเเละจำลองรวมถึงวิธีการประ-หารชีวิตโบราณของจีนเกือบ 200 ชนิดครับ

โดยมีการใช้ทั้งโมเดล หุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริง และภาพเคลื่อนไหว สมจริงมากถึงขั้นที่หน้าทางเข้าต้องมี ป้ายเตือนผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเด็ก ให้ระมัดระวังในการเข้าชม เลยทีเดียว
วิธีการทรมานและการประ-หารที่โดดเด่นและมีการจำลองให้ชมมากมายเช่น การประ-หารชีวิตขั้นเด็ดขาด เช่น
ถลกหนังยัดหญ้า (剥皮揎草 -) เป็นบทลงโทษขั้นเด็ดขาดสำหรับขุนนางทุจริตในสมัยราชวงศ์หมิง
แล่เนื้อ-ทั้งเป็น (凌迟 ) การประหารที่ทรมานที่สุด โดยจะค่อยๆ เฉือนเนื้อนักโทษออกทีละชิ้นขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อไม่ให้ภาพดูสะเทือนใจจนเกินไป ที่นี่จึงเลือกใช้ “แอนิเมชัน” ในการอธิบายขั้นตอนและวิธีการลงทัณฑ์นี้แทนหุ่นขี้ผึ้งครับ

ตัดกลางลำตัว / สับเอว (腰斩) มีการจัดแสดงแท่นประ-หาร ที่ใช้สำหรับให้นักโทษนอนพาด ก่อนจะใช้มีดหรือขวานขนาดใหญ่สับให้ขาดครึ่งท่อน
– (นักโทษมักจะไม่สิ้นใจทันที แต่จะทรมานอย่างแสนสาหัสจากอวัยวะภายในที่ไหลออกมาพ้นร่างกายก่อนสิ้นใจ)
ม้าห้าตัวแยกร่าง (五马分尸)มีการจำลองการลงโทษแบบฉีกร่าง โดยผูกแขน ขา และคอของนักโทษไว้กับม้าหรือรถม้า 5 คัน แล้วให้วิ่งไปคนละทิศทางโซนการทรมานเพื่อสอบสวนและบีบให้รับสารภาพ อย่างเช่น

แขวนกลับหัวย่างไฟ (倒挂炙烤) มีฉากหุ่นขี้ผึ้งจำลองนักโทษถูกจับห้อยหัวลงมาจากขื่อ ปลายผมถูกถ่วงด้วยก้อนหินเพื่อไม่ให้ดิ้นหลุด และด้านล่างศีรษะคือกองถ่านไฟที่กำลังลุกโชนเพื่อย่างสดบริเวณหน้าและศีรษะของนักโทษ
เครื่องหนีบนิ้ว/หนีบข้อเท้า (夹棍 / 拶指)อุปกรณ์ทำจากไม้ที่ใช้บีบอัดกระดูกนิ้วมือหรือข้อเท้าของนักโทษ สร้างความเจ็บปวดรุนแรงจนนักโทษหลายคนถึงกับหมดสติ
การโบย (笞杖 )จัดแสดงไม้พลองและกระดานขนาดต่างๆ (大板, 小板) ที่ใช้ตีบั้นท้ายหรือต้นขา ซึ่งเป็นบทลงโทษมาตรฐานที่ตั้งอยู่บริเวณโถงพิจารณาคดีครับ

โซนการทรมานเพื่อสร้างความอับอาย กรงยืน มีการจัดแสดงแอกไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้สวมคอนักโทษแล้วนำไปประจานกลางเมือง แบบที่โหดร้ายที่สุดคือ “กรงยืน” ที่นักโทษจะต้องยืนเขย่งเท้าอยู่บนแผ่นไม้ หากหมดแรงหรือเพชฌฆาตดึงแผ่นไม้รองเท้าออก ขื่อไม้จะแขวนคอนักโทษจนสิ้นใจอย่างช้าๆ

นิทรรศการนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพียงเพื่อความน่ากลัว แต่สะท้อนให้เห็นว่าคนในยุคโบราณมีความรู้ด้านสรีรวิทยาและนำมาใช้เพื่อสร้างความเจ็บปวดสูงสุดแก่มนุษย์ด้วยกันเองได้อย่างไร ถือเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีถึงความเข้มงวดและเด็ดขาดของกระบวนการยุติธรรมในสมัยก่อนของจีนครับ

- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

- เรื่องลี้ลับกว่า 30ปีก่อน ในพระราชวังต้องห้าม

- เหตุการณ์เพลิงไหม้ตำหนักหลิงเซียว ที่วัดจื่อหนาน

- สตรีรัดเท้ารุ่นสุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัวทองสามนิ้ว”

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้าม”ก่อนการบูรณะ”

- การบูรณะพระราชวังต้องห้ามที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา

- จุดยืนลึกลับหลังวังของ จักรพรรดินีหว่านหรง ในพระราชวังต้องห้าม

