

จากภาพเมื่อปีค.ศ. 1922 เราจะได้เห็น
-เรจินัลด์ จอห์นสตัน คนที่นั่งใช้มือซ้ายจับงวงช้าง เขาเป็นอาจารย์ฝรั่งของจักรพรรดิผู่อี๋
-องค์ชายผู่เจี๋ย เป็นลูกของฉุนชินหวัง(ไจ้เฟิง)กับพระชายาเอกโย่วหลัน สกุลกัวเอ่อร์เจีย ยืนพิงช้างอยู่ด้านหลังของอาจารย์ จอห์นสตัน
-โกบูโล หรุนฉี คนที่นั่งบนหัวช้างสัมฤทธิ์ เป็นน้องชายของจักรพรรดินีว่านหรง จักรพรรดินีองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง
-จักรพรรดิผู่อี๋ ลูกของฉุนชินหวัง (ไจ้เฟิง) กับพระชายาเอกโย่วหลัน สกุลกัวเอ่อร์เจีย กำลังยืนพิงช้างอยู่บริเวณขวาสุดของภาพครับ เราจะเห็นต้นไม้ทั้งต้นซ้าย ต้นขวายังอยู่เหมือนเดิม เเละช้างสำริดยังคงไว้เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความขลัง


ซึ่งช้างสำริดปิดทองที่อยู่ภายในประตูเฉิงกวงของสวนจักรพรรดิซึ่งไม่ได้มีเเค่ตัวเดียว แต่จะมีถึงสองตัวนอนตรงข้ามกันทั้งสองข้างของประตู ในพระราชวังต้องห้ามมีช้างจำนวนมาก ช้างถือเป็นสัตว์มงคลมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากมีพละกำลังมหาศาล แต่ยังคงความสง่างามและอ่อนโยน อีกทั้งยัง เป็นสัตว์มงคลในวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สื่อถึงความโชคดี

ช้างในสวนจักรพรรดิหล่อขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงถ้าเทียบช่วงเวลาก็จะประมาณ 600ปี ได้ครับ ปิดทองทั่วทั้งตัว ซึ่งสีทองที่ช้างยังคงรักษาไว้เเบบเดิมไม่มีการทาทับ
ท่าทางที่อยู่ในสวนจักรพรรดินั้น เป็นท่า ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีซึ่งเป็นมารยาทในการรับเสด็จจักรพรรดิ ลักษณะช้างมองลงมาโดยงวงงอขึ้นแตะพื้นดวงตาอ่อนโยนและมีความเชื่อง พวกเขาสวมกระดิ่งทองแดงรอบคอสวมผ้าคลุมหัวและคลุมด้วยผ้าห่มสักหลาด ที่มีลายมังกรสีทองและเมฆ

ในสมัยราชวงศ์หมิงมีโรงเลี้ยงช้าง และในสมัยราชวงศ์ชิงมีสถานีฝึกช้าง ซึ่งใช้สำหรับฝึกช้างพิธีกรรมสำหรับใช้ในขบวนแห่และพิธีกรรมสำคัญๆของจักรพรรดิ หรืออีกหนึ่งประการในสมัยโบราณ จักรพรรดิทรงมีอำนาจสูงสุด การสร้างรูปปั้นช้างในท่าคุกเข่าทั้งสองข้างของประตูนั้น สามารถตีความได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการบูชาและแสดงความเคารพต่อจักรพรรดิ

การสร้างรูปเคารพสัตว์ในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในสมัยโบราณ และสามารถมองได้ว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของการที่จักรพรรดิประกาศอำนาจของพระองค์ ที่เราเห็นทางรัฐบาลจีนได้ก่อสร้างรั้วปูนกั้นช้าง ในบริเวณวงกว้างเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมักจะเอามือไปถูๆไถๆตัวช้างทำให้สีทองในสมัยก่อนหลุดออกเป็นจำนวนมากนั้นเองครับ






เรื่องที่น่าสนใจ
- บันเทิง (2)
- ประวัติศาสตร์ (20)
- สถานที่ท่องเที่ยว (15)
- ย้อนไปกว่า 120ปี สิ้นมนต์ขลังพระราชวังต้องห้าม กับชีวิตผู้ที่ถูกทิ้งไว้ในวัง ช่วงเเปดชาติยึดครองเมื่อ ปี 1901

- คฤหาสน์หรูสมัยราชวงศ์ชิง ที่รกร้าง ในผิงเหยา เมืองจิ้นจง มณฑลซานซี ของจีน

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้ามกว่า120ปีก่อน กับจุดยืนของขันที ปี 1900

- อนุสรณ์สถานรำลึกสมรภูมิที่ซงซาน

- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

- สตรีรัดเท้ารุ่นสุดท้ายในจีน “เท้าดอกบัวทองสามนิ้ว”

- จุดยืนลึกลับหลังวังของ จักรพรรดินีหว่านหรง ในพระราชวังต้องห้าม

- คฤหาสน์ตระกูลหยาง สมัยราชวงศ์ชิง ที่รอคอยการบูรณะ

