
ถ้าเราย้อนไปในเหตุการณ์เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน หรือ ในปี 2018 ซึ่งในปีนี้จะมีการเริ่มบูรณะพระที่นั่งองค์นี้ เเละพบเห็นสิ่งนี้ช่วงการรื้อถอน

ซานจี้เซียง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชวังและอดีตผู้อำนวยการเจิ้งซินเหมี่ยวได้เดินขึ้นไปบนหลังคาของพระที่นั่งหยั่งซิน
โดยกล่องสมบัติลึกลับที่นำออกมา ณ จุดนั้น มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบนๆ มีรูปมังกรสีอยู่บริเวณหน้ากล่อง
บทความนี้ทำขึ้นมาด้วยความสงสัยว่ากล่องสมบัติลึกลับที่อยู่บนหลังคามีไว้ทำเพื่ออะไรกันเเน่ ซึ่งเเต่ละชิ้นที่อยู่ในกล่อง มีอะไรบ้าง ทำจากอะไรบ้าง⁉️

กล่องสมบัติลึกลับที่บนหลังคาพระที่นั่งหยั่งซินจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบนๆ มีรูปมังกรสีน้ำเงินอยู่ด้านบนกล่อง
เเละทาด้วยสีเเดงทั่วบริเวณ โดยกล่องนี้จะมีคำว่า “20 กรกฎาคม ปีที่ 6 ของจักรพรรดิเจียชิ่ง” กำกับไว้ด้านข้างกล่อง เเต่ค่อนข้างคลุมเครือเนื่องจากเลือนลางเกินไป

กล่องนี้ขนาดมีความยาวด้านข้าง 27 ซม. มีความสูง 6.5 ซม. ทำด้วยดีบุก เมื่อเปิดกล่องสมบัติ จะพบสารคล้ายดีบุกปิดขอบกล่องอยู่ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ง่ายๆ
เมื่อเปิดกล่องเพื่อตรวจสอบและจากการสัณฐานของนักโบราณคดีพบว่ากล่องด้านใน มีตำลึง5ชนิดคือ

-ตำลึงเหล็ก 1 ก้อน ตำลึงเงิน 1ก้อน ตำลึงทอง 1ก้อน ตำลึงทองเเดง1ก้อน ตำลึงดีบุก 1ก้อน
โดย 5 ชนิด 5สี คล้ายกับสีของกองทัพสวรรค์(กองทัพสวรรค์ทั้ง5ทิศ) ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสีดำ,ขาว,เหลือง,แดง,และเขียว
ตำลึงทอง จะแทน “สีเหลือง”
ตำลึงดีบุก จะแทน”สีดำ”
ตำลึงเงิน จะแทน “สีขาว”
ตำลึงทองแดง จะแทน”สีแดง”
ตำลึงเหล็ก จะแทน”สีเขียว” หรือเเทนตามธาตุทั้ง5ของจีนตามแบบของเหมาซานของเต๋าในสมัยโบราณ

อีกทั้งจะมีผ้าซาติน 5 สี เส้นไหม 5 สี เเละคัมภีร์พระพุทธศาสนาอยู่ร่วมกัน
มีอัญมณี 5 เม็ด 5 สี เครื่องเทศ 5 ชนิด ยา 5 ชนิด และธัญพืช 5 ชนิด ในจำนวนนี้ มีเหรียญทอง 24 เหรียญ ที่มีจารึกภาษาจีนและแมนจูว่า “สันติภาพในโลก”

เเละเหรียญทองได้รับการทดสอบและวิเคราะห์แล้ว ผลปรากฏว่าวัสดุของเหรียญทอง คือทองคำ 16 กะรัต
ลักษณะอัญมณีเม็ดเล็ก 5 เม็ดมีการเจาะรู และอัญมณีสีเหลือง น้ำตาล น้ำเงิน และเขียวล้วนทำจากแก้ว อัญมณีสีม่วงทำมาจากคริสตัล

ในปัจจุบัน คัมภีร์ ผ้าซาตินห้าสี และเส้นไหมห้าสี ล้วนผุพังจนมองเห็นได้เลือนลาง
ส่วนเครื่องเทศห้าชนิด ยาห้าชนิด และธัญพืชห้าชนิด ล้วนเน่าเปื่อยจนยากจะแยกแยะชนิดไม่ได้ครับ
ส่วนลายที่วาดบนกล่องสมบัติ มีสีเขียว เเต่สีหลักของมังกรห้าเล็บคือสีน้ำเงิน โดยมีสีอื่นๆ เป็นสีเสริม การทดสอบและวิเคราะห์พบว่าเม็ดสีแดงที่ทาบริเวณกล่องคือสีชาด (crimson) ถลุงมาจากเเร่ซินนาบาร์ จะเป็นเเร่ของปรอทที่พบได้ทั่วไป

สีน้ำเงินคือสีอะซูไรต์ ซึ่งเป็นเเร่ทองเเดงเนื้ออ่อน เเละสีเขียวคือสีคิวเพรต กล่องสมบัติจะถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ ขึ้นอยู่กับระดับของพระราชวัง วัสดุ ขนาด และลวดลายก็แตกต่างกันไปด้วย
กล่องสมบัติส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและแบน และทำจากทองแดง ดีบุก และไม้ จริงๆเเล้วในช่วงที่บูรณะครั้งใหญ่ของเเต่ละที่ได้พบกล่องลักษณะนี้เยอะเช่นกันครับ เเต่จะไม่ได้ทาสีบนกล่อง

ซึ่งถ้าย้อนไปในสมัยราชวงศ์ชิง การจัดวางและเคลื่อนย้ายกล่องสมบัติถือเป็นเรื่องสำคัญของราชสำนักอย่างมากที่สุด
เจ้าหน้าที่หอสังเกตุการณ์ทางดาราศาสตร์จักรวรรดิชิงจำเป็นต้องเลือกวันดี วันมงคล ที่จะใช้จัดพิธีบูชายัญ เพื่อนำไปขอพระราชกฤษฎีกาจักรพรรดิเพื่ออนุมัติสร้าง

หลังจากผ่าน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงโยธาธิการดำเนินพิธีต่อคุกเข่า 3 ครั้ง และกราบ 9 ครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป เเละขั้นตอนการวางกล่องสมบัตินี้เรียกว่า “การปิดประตูมังกร” หรือเรียกอีกอย่างว่า “การปิดปากมังกร” หรือเรียกสั่นกว่านี้ว่า ปากมังกร

เเละเมื่อสร้างสันหลังคาของอาคารโบราณต่างๆเสร็จ ช่างฝีมือราชสำนักชิงจะสร้างท่อสันหลังคาจากปลายทั้งสองข้างของสันหลังคาไปยังตรงกลาง
และเก็บท่อสันหลังคาไว้ตรงกลางโดยไม่ปิดทับด้วยกระเบื้องโดยระหว่างการปิด กล่องสมบัติจะถูกวางไว้ในท่อสันหลังคาและปิดทับด้วยกระเบื้องสันหลังคาเพื่อปิดผนึก

ซึ่งจะเป็นการทำ ก็ต่อเมื่อตัวอาคารใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เเละถ้าพระที่นั่งองค์นี้กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการรื้อปากมังกรออก เป็นอย่างเเรก
และนำกล่องสมบัติออกมาเก็บรักษา ซึ่งโดยทั่วไปเรียกกันว่า “อัญเชิญปากมังกร” หรือ “ต้อนรับปากมังกร” กล่องสมบัติที่ถูกรื้อออกไป จะถูกนำไปไว้ที่กระทรวงโยธาธิการเพื่อทำการประดิษฐาน

เมื่อการบูรณะเสร็จสิ้นก็จะนำกล่องสมบัติใส่ลงบนหลังคาที่เดิมและประกอบพิธีบูชายัญเป็นอันเสร็จสิ้นครับ
กล่องสมบัตินี้เรียกอีกชื่อว่า เป่าเสีย (宝匣 ) หน้าที่และคติความเชื่อ ที่ไม่ได้เป็นกล่องสำหรับเก็บสมบัติเพื่อความมั่งคั่งทางโลก แต่ทำหน้าที่เป็น “เจิ้นอู้” (镇物) หรือวัตถุมงคลสำหรับสะกดสิ่งชั่วร้ายและปกปักรักษาอาคาร

เนื่องจากสถาปัตยกรรมจีนโบราณสร้างด้วยไม้เป็นหลัก ภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงที่สุดคือ “อัคคีภัย” (จากฟ้าผ่าหรือความประมาท) เป่าเสียจึงเปรียบเสมือนเครื่องรางชั้นสูงที่เชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าไฟและนำความร่มเย็นมาสู่สถานที่นั้นๆครับ ปัจจุบันเก็บรักษาเเละจัดเเสดงที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง ประเทศจีน

