
เจียง ไคเชก ได้เดินทางไปเคารพศพที่สุสานซุนยัตเซ็นในเมืองนานกิงเมื่อปี 1949 และนี่ก็ถือเป็น การคารวะสุสานครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขาด้วยครับ โดยเมื่อ วันที่ 16 มกราคม 1949 ในวันนั้น เจียง ไคเชก เดินทางไปพร้อมกับ เจียง จิงกั๋ว บุตรชายคนโต และเหล่านายพลคนสนิท เนื่องจากในขณะนั้นกองทัพก๊กมินตั๋งเพิ่งพ่ายแพ้อย่างย่อยยับใน “ยุทธการสวีเปิ้ง”

และกองทัพคอมมิวนิสต์จีนได้รุกประชิดแม่น้ำแยงซีเกียงแล้ว ภายในเมืองนานกิงจึงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา ตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังสุสานซุนยัตเซ็นจึงมีการวางกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนาและเข้มงวดถึงขีดสุด
ในหนังสือบันทึกความทรงจำของ เจียง จิงกั๋ว ที่กล่าวถึงช่วงเวลาอันยากลำบากและสั่นคลอน (เช่น หนังสือ “ความสงบกลางพายุ”) รวมถึงในไดอารี่ของเขา ได้บันทึกฉากที่ผู้เป็นพ่อเดินทางไปบอกลาที่สุสานซุนยัตเซ็น
“ในตอนนั้นพ่อของเขา(เจียง ไคเชก) ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยอยู่เบื้องหน้าสุสานเป็นเวลานาน ด้วยสีหน้าที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

เคารพเทิดทูน ซุน ยัตเซ็น ในฐานะอาจารย์ผู้นำการปฏิวัติมาโดยตลอด และเมืองนานกิงก็คือศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองที่เขาก่อตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นหลังจากประสบความสำเร็จในการกรีธาทัพขึ้นเหนือ เพื่อรวบรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่น
ภายใต้สถานการณ์ที่สิ้นหวังจากการพ่ายแพ้ทางการทหารอย่างราบคาบ และการถูกบีบคั้นจากขั้วอำนาจภายในอย่างกลุ่มกวางสี เขารู้ดีแก่ใจว่าตนเองกำลังจะต้องจากเมืองนานกิงไป และลางสังหรณ์ก็บอกว่าคงยากที่จะได้กลับมาอีก”
การมาเคารพศพในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการบอกลาครั้งสุดท้ายต่อบิดาผู้ก่อตั้งประเทศและเมืองหลวงแห่งนี้ โดยเพียงห้าวันหลังจากเดินทางไปเคารพสุสานซุนยัตเซ็น

เจียง ไคเชก ก็ได้ออกแถลงการณ์ประกาศ “ก้าวลงจากอำนาจ” อย่างเป็นทางการ โดยส่งมอบอำนาจบริหารให้แก่รองประธานาธิบดี หลี่ จงเหริน เป็นผู้รักษาการแทน และในวันเดียวกันนั้นเอง เขาได้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเดินทางออกจากเมืองนานกิง และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่เคยได้กลับมาเหยียบแผ่นดินนานกิงอีกเลย

จนในช่วงปลายเดือนเมษายน ปี 1949 การเจรจาสันติภาพที่ปักกิ่งล้มเหลว กองทัพคอมมิวนิสต์จีนได้เปิดฉากยุทธการข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงและบุกยึดนานกิงได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวันที่ 25 เมษายน เจียง ไคเชก จึงได้บอกลาซีโข่ว บ้านเกิดของเขา โดยขึ้นเรือรบไปยังเซี่ยงไฮ้ ก่อนจะระหกระเหินเดินทางต่อไปยังไต้หวันในท้ายที่สุดท้าย

