สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞)​ผู้พลีชีพพร้อมลูก13คน จนเป็นที่เคารพ​ในปัจจุบัน

สุสานผัง เซี่ยวไท่ (庞孝泰墓) ไม่ได้เป็นเพียงแค่สุสานโบราณสมัยราช​วงศ์​ถัง​เท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของอำเภอโป๋ไป๋ ในมณฑลกว่างซีเลยทีเดียว

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

ถ้าพูดถึง “ขุนศึกตระกูลผัง” (庞家将) แห่งอำเภอโป๋ไป๋ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง หนึ่งในนั้นคือ ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰) ยอดขุนพลสมัยราชวงศ์ถังและลูกชายทั้ง 13 คนของเขาที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก ซึ่งโศกนาฏกรรมของตระกูลผังที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์จริงนั้น มีความเจ็บปวดหลอมรวมกับกล้าหาญพอสมควร​ครับ ย้อนไปกว่า1400ปีก่อน ผัง เซี่ยวไท่ เกิดราวปี ค.ศ. 601 มีพื้นเพเดิมอยู่ที่ไป๋โจว (ปัจจุบันคืออำเภอโป๋ไป๋ เมืองอวี้หลิน เขตกว่างซี)

​ เขาเป็นผู้นำคนสำคัญในภูมิภาคหลิ่งหนานช่วงปลายราชวงศ์สุยถึงต้นราชวงศ์ถัง เเละมีบันทึกระบุว่าเขาเป็นบรรพบุรุษของชนกลุ่มน้อยในท้องถิ่นหรือชาวฮากกาครับ ในช่วงปลายราชวงศ์สุยแผ่นดินเกิดความโกลาหล ซึ่งในปี ค.ศ. 621 ผังเซี่ยวไท่ได้ติดตาม หลี่จิ้ง (李靖) ยอดขุนพลทัพถังไปปราบปรามความวุ่นวายในหลิ่งหนาน ด้วยความกล้าหาญและผลงานการรบที่โดดเด่น เขาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนพลฝ่ายซ้าย (左骁卫将军)

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

แม้ในปีค.ศ. 623 เขาจะเข้าไปพัวพันกับการกบฏในท้องถิ่นช่วงสั้นๆ แต่ในเวลาต่อมาเขาก็ยอมจำนนต่อราชวงศ์ถังอีกครั้ง ซึ่งช่วงนั้น จักรพรรดิถังเกาจู่ได้ตั้งเมืองหนานโจว (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นไป๋โจว) ขึ้นในบ้านเกิดของผังเซี่ยวไท่ จึงแต่งตั้งให้เขาเป็นข้าหลวง ในฐานะ “พ่อเมือง” เขาปกครองไป๋โจวได้เป็นอย่างดี ทำให้ราษฎรในท้องถิ่นได้อยู่อย่างสงบร่มเย็นหลังจากยุคสงคราม เขาจึงเป็นที่เคารพรักและมีบารมีอย่างสูงในพื้นที่

บทเรียนที่โด่งดังและน่าสลดใจที่สุดในชีวิตทหารของ ผังเซี่ยวไท่ เกิดขึ้นในสงครามที่ราชวงศ์ถังยกทัพไปปราบปรามอาณาจักรโคกูรยอ (เกาหลีโบราณ) ในสมัยจักรพรรดิถังไท่จง(หลี่ซื่อหมิน)​ ผังเซี่ยวไท่เคยร่วมทัพหลวงที่​จักรพรรดิ​เสด็จนำทัพไปตีโคกูรยอด้วยพระองค์เอง ช่วงปี ค.ศ. 645 ด้วยความดีความชอบ เขาจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพใหญ่คุม(เส้นทางตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลีในปัจจุ​บัน)​

ในปีค.ศ. 662 ผังเซี่ยวไท่ ขณะนั้นวัย 62 ปี เป็นแม่ทัพคุมกองกำลังจากหลิ่งหนาน ติดตามขุนพลใหญ่อย่าง ซูติ้งฟาง และ ชี่พี้เหอลี่ ยกทัพไปตีโคกูรยออีกครั้ง

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

ผังเซี่ยวไท่นำทัพบุกประชิดแม่น้ำซาซู (ใกล้กรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือในปัจจุบัน) และได้ปะทะกับทัพหลักของ ยอนแกโซมุนผู้สำเร็จราชการผู้ทรงอิทธิพลของโคกูรยอ ซึ่งในศึกแม่น้ำซาซูนี้ ผังเซี่ยวไท่ต้องเผชิญกับการถูกล้อมกรอบอย่างหนักจากกองทัพโคกูรยอที่มีกำลังพลเหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด

อีกทั้งทัพของ ผังเซี่ยวไท่ อยู่ห่างจากกองทัพถังสายอื่นๆ (รวมถึงค่ายหลักของซูติ้งฟาง) จนกลายเป็นกองทัพที่โดดเดี่ยวและล้ำหน้าเกินไป ประกอบกับช่วงนั้นมีพายุหิมะตกหนัก สภาพอากาศเลวร้ายขั้นสุด อีกทั้งกำลังเสริมและเสบียงจากทัพถังหน่วยอื่นก็มาไม่ถึง กองทัพของผังเซี่ยวไท่จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง

ยอนแกโซมุน มองเห็นโอกาสทองนี้อย่างเฉียบขาด แทนที่จะเอาทหารไปปะทะกับค่ายหลักของซูติ้งฟางที่แข็งแกร่ง เขาเลือกที่จะเทกำลังพลชั้นยอดทั้งหมดของโคกูรยอ เข้าปิดล้อมทัพของ ผังเซี่ยวไท่ที่ริมแม่น้ำซาซูแบบมืดฟ้ามัวดิน

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

​ เมื่อต้องเผชิญกับกองทัพโคกูรยอที่มีจำนวนมหาศาลกว่าหลายเท่า ทั้งยังคุ้นชินกับความหนาวเย็นและเตรียมพร้อมมาอย่างดี ผังเซี่ยวไท่ รู้ทันทีว่าพวกเขาไม่มีทางตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ เขาจึงตัดสินใจนำลูกชายและทหารที่เหลือเข้าต่อสู้ระยะประชิดด้วยอาวุธเท่าที่มีเเบบถวายหัวท้ายที่สุด ผังเซี่ยวไท่และลูกชายทั้ง 13 คนถูกสัง-หารพร้อมทหารที่เหลือทั้งหมดในสนามรบ

นับว่าเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของพ่อลูกทั้ง 14 คนที่พลีชีพเพื่อชาติในวันเดียวกัน เเละนี้คือที่มาของคำขนานนาม “ขุนศึกตระกูลผัง” แห่งอำเภอโป๋ไป๋ ครับ จะสืบเนื่องไปถึงผู้คนในท้องถิ่นได้เคารพ​เขาที่สุสานเเห่งนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุ​บัน​ สุสานผัง เซี่ยวไท่ จะตั้งอยู่บนยอดเขาหลักของเทือกเขาอวิ๋นเฟยจั้ง หรือที่เรียกอีกชื่อว่าภูเขาอวิ๋นเฟย ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอโป๋ไป๋ เมืองอวี้หลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอโป๋ไป๋ มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 850 เมตร ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานคุ้มครองระดับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเป็นที่เรียบร้อ​ย

เนื่องจากผ่านกาลเวลามายาวนาน สุสานโบราณแห่งนี้จึงได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง ตัวสุสานในปัจจุบันมีขนาดใหญ่โตอลังการ ป้ายหน้าหลุม มีการจารึกประวัติของผังเซี่ยวไท่และเรื่องราวความกล้าหาญไว้อย่างชัดเจน ภูมิประเทศรอบสุสานมีความสูงชันและอันตราย แต่ก็มอบทัศนียภาพที่เปิดกว้างสุดลูกหูลูกตา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ครอบคลุมไปถึงอำเภอโป๋ไป๋, เมืองเหลียนเจียง และอำเภอผิงหย่วน ได้อย่างชัดเจนครับ

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

ส่วนตำนานฮวงจุ้ยและภูมิประเทศอันโดดเด่น ซึ่งในตำนานพื้นบ้านเล่าขานกันว่า ฮวงจุ้ยของสุสานแห่งนี้มีลักษณะมงคลที่เรียกว่า “นกนางแอ่นหมอบบนขื่อ”(燕子伏梁)​ การเลือกตั้งสุสานไว้บนยอดเขาที่มีเมฆหมอกปกคลุมตลอดเวลา ดูยิ่งใหญ่ตระการตานั้น เป็นสัญลักษณ์แทนความน่าเกรงขามของยอดขุนพลผู้นี้ ที่ตอนมีชีวิตอยู่ได้ปกป้องชายแดน และแม้ล่วงลับไปแล้วก็ยังคงคอยปกปักรักษาบ้านเกิดเมืองนอน โดยในแวดวงประวัติศาสตร์ยังคงมีการถกเถียงกันว่า สุสานแห่งนี้เป็นที่ฝังร่างที่แท้จริงของผังเซี่ยวไท่หรือไม่

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

เนื่องจากผังเซี่ยวไท่และลูกชายทั้ง 13 คนเสีย-ชีวิตในศึกแม่น้ำซาซู (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเกาหลีเหนือ)ด้วยข้อจำกัดด้านการคมนาคมในยุคราชวงศ์​ถัง การจะขนส่งร่างกลับมายังโป๋ไป๋แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าที่นี่น่าจะเป็น “สุสานเสื้อผ้า” (สุสานที่ฝังเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวแทนร่างผู้เสีย-ชีวิต​ครับ) ที่สร้างขึ้นโดยลูกหลานที่รอดชีวิตสมัยราช​วงศ์​ถัง​หรือสร้างตามราชโองการของราชวงศ์ถัง เพื่อใช้ประกอบพิธีเรียกขวัญและเป็นอนุสรณ์รำลึก

สุสานผังเซี่ยวไท่ ไม่ใช่แค่สถานที่ที่ลูกหลานตระกูลผังมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจและสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูวีรบุรุษของคนในท้องถิ่น เมื่อถึงเทศกาลเช็งเม้งหรือวันไหว้พระ​จันทร์​ ไม่เพียงแค่คนโป๋ไป๋เท่านั้น แต่ลูกหลานตระกูลผังจากพื้นที่ใกล้เคียงก็จะมารวมตัวกันปีนขึ้นยอดเขาอวิ๋นเฟยจั้ง เพื่อจัดพิธีเซ่นไหว้ครั้งใหญ่อย่างเนืองแน่นครับ

สุสาน​ตระกูล​ผัง(庞) ผังเซี่ยวไท่ (庞孝泰)

เรื่องที่น่าสนใจ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel