
หว่างเดือนธันวาคม ค.ศ. 1899 ถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1900 หลี่หงจางได้ดำรงตำแหน่ง ข้าหลวงใหญ่แห่งเหลียงกว่าง ในช่วงเวลานี้ เขาได้ใช้มาตรการปราบปราม ‘โจรผู้ร้าย’ อย่างเด็ดขาด
โดยสั่งประ-หารชีวิตผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมได้ในทันที ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งการนองเลือ-ดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
ปัญหาโจรผู้ร้ายในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งช่วงปลายราชวงศ์ชิงรุนแรงเป็นอย่างมากเเละได้สร้างภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกับความมั่นคงของสังคม

ก่อนหน้าที่หลี่หงจาง จะมารับตำแหน่ง บรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในมณฑลกวางตุ้งต่างได้พยายามทุ่มเทปราบปรามโจรผู้ร้ายแต่กลับได้ผลเพียงน้อยนิด ปราบฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตกก็กำเริบ พอปราบฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออกก็กลับมาปะทุขึ้นอีก
เมื่อหลี่หงจางเข้ารับตำแหน่ง เขาได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ ด้านหนึ่ง เขาได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมา นั่นคือ “กองบัญชาการปราบปรามและจับกุม” (缉捕总局) และได้ตั้งหน่วยงานสาขาตามพื้นที่ต่างๆ พร้อมจัดวางกำลังทหารเพื่อทำหน้าที่จับกุมโจรผู้ร้ายโดยเฉพาะ
อีกด้านหนึ่ง เขาได้ร้องขอต่อราชสำนักเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษในการ “ประ-หารชีวิตในทันที” (就地正法) โดยหลังจากที่โจรถูกจับกุมและผ่านการไต่สวนแล้ว จะถูกประ-หารชีวิตในท้องถิ่นนั้นเลย โดยไม่ต้องรายงานเพื่อขออนุมัติจากส่วนกลาง

มาตรการทั้งสองนี้ส่งผลอย่างเห็นได้ชัด เหล่าโจรผู้ร้ายและสมาคมลับต่างหวาดกลัวจนหัวหด และยอมลดความเหิมเกริมลงในระดับหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นเพียงการบรรเทาสถานการณ์ได้ “ในระดับหนึ่ง” เท่านั้น ไม่ได้พลิกฟื้นวิกฤตการณ์โจรผู้ร้ายออกอาละวาดในกวางตุ้งได้อย่างถอนรากถอนโคน
สาเหตุเพราะหลี่หงจางดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่แห่งเหลียงกว่างได้เพียงครึ่งปีเศษ ในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1900 เขาก็ต้องเดินทางขึ้นเหนือตามคำสั่งของพระนางซูสีไทเฮา เพื่อเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพใน “วิกฤตการณ์เกิงจื่อ” (กบฏนักมวย กับการรุกรานของกองทัพพันธมิตร 8 ชาติ)

ทำให้ไม่มีโอกาสสานต่อมาตรการปราบปรามขั้นเด็ดขาดนี้ในระยะยาว และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ราชสำนักและหน่วยงานราชการที่ฉ้อฉลในยุคปลายราชวงศ์ชิง จนไม่สามารถนำพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบสุขร่มเย็นอย่างแท้ในเวลาต่อมา

ในชีวิตของหลี่หงจาง เขามักถูกส่งไปประจำหัวเมืองและถูกเรียกตัวกลับมาแก้ปัญหาทางการทูตหรือการทหารครั้งใหญ่ๆ เสมอ แต่การเรียกตัวในปี 1900 คือครั้งประวัติศาสตร์และเป็นวาระสุดท้ายในชีวิตเขา
อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม
- เพชฌฆาตและนักโทษในกว่างโจว ช่วงปลายราชวงศ์ชิง

- ระบบให้ความสว่างในพระตำหนัก พระที่นั่ง ยามค่ำคืน ในพระราชวังต้องห้าม

- ขบวนเเห่ โลงศพของ หยวนซื่อไข่ (จักรพรรดิหงเซี่ยน) ยิ่งใหญ่เทียบได้กับจักรพรรดิราชวงศ์ชิง

- กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ก่อนสังหารหมู่ที่นานกิง ประมาณสองเดือน

- สตรีชาวจีนฮั่น ปลายราชวงศ์ชิง ใช้สิ่งนี้ช่วยรัดเท้าให้งดงาม

- คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส สู่การเดินทางหลังความตาย กับปริศนาที่ซ่อนอยู่

- เหมืองเเร่ปรอท อายุเกือบ100ปี กับลุงหยางผู้โดดเดี่ยวในเหมืองเเห่งนี้

- กว่า 120ปี ขันทีกับรอยยิ้มที่โดดเดี่ยวในพระราชวังภายใต้การยึดครองของพันธมิตรแปดชาติ

- ประตูอิงเทียน สมัยราชวงศ์สุยเเละราชวงศ์ถัง กับความยิ่งใหญ่ที่สัมผัสได้

- ชุดคลุมสตรีลายมังกร ที่เหลือจากการปล้นสุานชั้นใต้ดินของพระนางซูสีไทเฮา

- กองทัพทหารดินเผาในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ กว่า2000ปีก่อนมีสีอะไรบ้าง??

