
ประเพณีการรัดเท้าหรือการฉานจู้ หรือการรัดเท้าดอกบัว เริ่มต้นในช่วง5ราชวงศ์10อาณาจักร ในปลายราชวงศ์ถังใต้โดยคนที่เริ่มการรัดเท้าเป็นนางกำนัลในวังชื่อหยาว หนิง ซึ่งถังใต้ต่อมาถูกซ่งเหนือยึดและรวมประเทศ เเละได้รับความนิยมมากที่สุดในสมัยราชวงศ์ชิง ผู้คนต่างมองว่าเท้าที่เล็กนั้นสวยงาม
และแทบจะคลั่งไคล้กับสิ่งนี้ เหตุผลในการรัดเท้ามีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับแนวคิดด้านสุนทรียศาสตรของชายชนชั้นสูงเพื่อเร้าอารมณ์ทางเพศเเละข้อจำกัดด้านมารยาทของสตรีฮั่นในสมัยก่อน (เอาไว้ผมจะเขียนบทความเชิงลึกให้อ่านกันอีกทีครับ)

ส่วนบทความนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในช่วงสมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย สำหรับการรัดเท้าให้เล็กเเละงดงาม เพื่อให้กระชับเเละแน่นขึ้น บางครอบครัวมีเก้าอี้รัดเท้าแบบนี้มีขาหมุนอยู่ทางด้านขวาของโครงเก้าอี้

เมื่อเริ่มรัดเท้า ให้วางเท้าของสตรีไว้บนเก้าอี้ จากนั้นพันผ้ารัดเท้าอีกด้านรอบล้อที่ต่อกับขาหมุน จากนั้นขันผ้าให้แน่นด้วยขาหมุนเพื่อรัด ลิ้นชักเล็กด้านล่างมักมีวัสดุและเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการรัด เช่น ผงสารส้มเข็ม ด้ายและกรรไกรการรัดเท้ามักมาพร้อมกับความเจ็บปวดเรื้อรัง ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของสตรีเท่านั้น แต่ยังจำกัดการเคลื่อนไหวของเธออีกด้วย
การรัดเท้าค่อยๆหายไปจากเมืองชายฝั่งและพื้นในวงกว้างของจีน จนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1940 และ 1950 การรัดเท้าจึงกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษากันต่อไป

ในสายตาของคนยุคนั้น เท้าที่เล็กจิ๋วคือสัญลักษณ์ของความงาม ความสูงศักดิ์ เเละดป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ตัดสินว่าสตรีจะได้แต่งงานกับคนตระกูลที่มีฐานะดีและยกระดับชนชั้นทางสังคมของตนเองได้หรือไม่
ซึ่งกระบวนการรัดเท้า จะเริ่มทำเมื่อเด็กหญิงอายุเพียง 4-6 ขวบ นิ้วเท้าทั้งสี่ (ยกเว้นนิ้วโป้ง) จะถูกหักพับงอเข้าไปใต้ฝ่าเท้าและพันรัดด้วยผ้าอย่างแน่นหนา ทำให้กระดูกผิดรูปถาวรตามที่เราเห็นได้ในภาพเก่าๆช่วงปลายราชวงศ์ชิงนั่นเองครับ



เรื่องที่น่าสนใจ
- ย้อนไปกว่า 120ปี สิ้นมนต์ขลังพระราชวังต้องห้าม กับชีวิตผู้ที่ถูกทิ้งไว้ในวัง ช่วงเเปดชาติยึดครองเมื่อ ปี 1901

- คฤหาสน์หรูสมัยราชวงศ์ชิง ที่รกร้าง ในผิงเหยา เมืองจิ้นจง มณฑลซานซี ของจีน

- ย้อนชมพระราชวังต้องห้ามกว่า120ปีก่อน กับจุดยืนของขันที ปี 1900

- อนุสรณ์สถานรำลึกสมรภูมิที่ซงซาน

- รองเท้าดอกบัวทองสามนิ้วกว่า 5000 คู่ ของสตรีที่รัดเท้า ทั่วประเทศจีนเเละไต้หวัน

