🚩คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส กับเดินทางหลังความตายที่พอๆกับตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ โดยการเดินทางของอัฐิของเขานับเป็นหนึ่งในเส้นทางหลังความตาe ที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์

🚩อัฐิของเขาได้ถูกเคลื่อนย้ายหลายครั้งตลอดช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง และเพื่อทำตามคำสั่งเสียของเขาเองที่ต้องการพักพิงในแผ่นดินอเมริกา
🚩การเดินทางที่ยาวนานกว่า 5 ศตวรรษ
โดยเริ่มจาก
🔸ปี 1506 ในบายาโดลิด ประเทศสเปน ซึ่งโคลัมบัสเสียชีวิตและถูกฝังไว้ที่นี่เป็นแห่งแรก
🔸ปี 1509 ในเซบียา ประเทศสเปน ดิเอโก ลูกชายของเขา ได้จัดการย้ายอัฐิไปไว้ที่อาราม La Cartuja
🔸ปี 1542 เพื่อเป็นการให้เกียรติคำสั่งเสียของโคลัมบัสที่ต้องการพักพิงใน โลกใหม่ สเปนจึงได้ย้ายอัฐิของเขาไปยังอาสนวิหารซานตามาเรียใน ซานโตโดมิงโก สาธารณรัฐโดมินิกัน ครับ

🔸ในปี 1795 เมื่อสเปนสูญเสียการควบคุมเกาะฮิสปันโยลาให้กับฝรั่งเศส พวกเขาไม่ยอมให้อัฐิของโคลัมบัสตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติ จึงได้ส่งอัฐิข้ามทะเลไปยังกรุงฮาวานา คิวบา
🔸ปี 1898–1899 หลังจากที่สเปนพ่ายแพ้และสูญเสียคิวบาในสงครามสเปน-อเมริกา อัฐิของเขาก็ถูกนำกลับข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายังสเปนอีกครั้ง และถูกบรรจุไว้ในหลุมศพที่ยกสูงและตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาภายในอาสนวิหารเซบียา ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบันครับ

🚩ถึงแม้ว่าลำดับเวลาด้านบนจะตรงกับบันทึกอย่างเป็นทางการของสเปน แต่ประวัติศาสตร์เรื่องนี้ก็มีจุดหักมุมที่โด่งดังซ่อนอยู่ครับ
🚩ในปี 1877 ขณะที่คนงานกำลังขุดค้นอาสนวิหารในซานโตโดมิงโก พวกเขาได้พบกับกล่องตะกั่วที่มีรอยจารึกว่า “บุรุษผู้มีชื่อเสียงและทรงเกียรติ ดอน คริสโตบัล โกลอน”*(ชื่อภาษาสเปนของโคลัมบัสครับ)
🚩ซึ่งภายในมีเศษกระดูกอยู่เต็มไปหมด สาธารณรัฐโดมินิกันพวกเขาอ้างใาจนถึงปัจจุบันว่า สเปนบังเอิญหยิบศ-พผิดร่างไปที่คิวบาในปี 1795 และโคลัมบัสตัวจริงไม่เคยจากซานโตโดมิงโกไปไหนเลย
🚩เเตาล่าสุด วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็ได้เข้ามาช่วยไขปริศนานี้ โดยในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกรานาดาได้ทำการตรวจ DNA อย่างละเอียด

🚩โดยเปรียบเทียบกระดูกในเซบียากับอัฐิที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นของน้องชาย (ดิเอโก) และลูกชาย (เฟอร์นันโด) ของเขา
🚩จนในเดือนตุลาคม ปี 2024นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า โครงกระดูก (เเบบไม่สมบูรณ์) ในอาสนวิหารเซบียา เป็นของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส จริงๆ

🚩ทางด้านสาธารณรัฐโดมินิกันยังคงปฏิเสธไม่ยอมให้มีการนำกระดูกฝั่งของตนไปตรวจ DNA เเละ เนื่องจากโครงกระดูกที่เซบียานั้นไม่สมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์บางคนจึงยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่ชิ้นส่วนอัฐิของโคลัมบัสอาจจะถูกแบ่งและพักพิงอยู่ในทั้งสองเมืองก็เป็นได้ครับ
