กว่า 120ปี ขันทีกับรอยยิ้มที่โดดเดี่ยว​ในพระราชวัง​ภายใต้การยึดครองของพันธมิตร​แปด​ชาติ​

👆​จากภาพบน เราจะได้เห็นขันทีท่านหนึ่ง เมื่อปี1901 เขายืนอยู่เพียงลำพัง มือข้างหนึ่งเเนบข้างลำตัว อีกข้างหนึ่งถือพัด เเละพิงเสาไม้ ท่าทางดูผ่อนคลาย ให้ช่างภ่พชาวญี่ปุ่น​ (โอกาวะ คาสุมาสะ)​ บันทึก​ภาพอย่างตั้งใจ บริเวณชั้นเเรกของพระตำหนักหยั่งซิ่งไจ ในพระราชวัง​ต้องห้าม​

🔸​รอยยิ้มของขันทีท่านนี้ อาจเป็นเพียงการส่งยิ้มด้วยความแปลกใจให้กับกล้องถ่ายรูปของชาวต่างชาติ(พันธมิตร​เเปด​ชาติ)​ที่เข้ามายึดครองพื้นที่

🔸​หรือในอีกมุมหนึ่ง มันอาจเป็นรอยยิ้มแห่งการปลง เมื่อได้เห็นว่า ท้ายที่สุดแล้ว อำนาจที่เคยยิ่งใหญ่เหนือฟ้าก็ไม่สามารถ​อยู่ได้ยั่งยืน ในช่วงเวลาของการเเย่งชิงเเละวุ่นวาย
……………

👆​ภาพบนจะเป็นภาพเมื่อปี 1901 ที่เติมสีขึ้นมาให้สัมผัส​ถึงบรรยากาศ​สมัยนั้นครับ อาจจะดูไม่ขลังในเเบบฉบับภาพเก่า เเต่ก็ทำให้เราจินตนาการ​ถึงสภาพวังหลวงสมัยนั้นได้ดีเลย

👆​ภาพเมื่อปี 2024 สิ่งที่เราได้เห็นอาจจะเเตกต่างไปจาก ปี 1901 เเต่โครงสร้าง​ ความงดงาม เเละเรื่องราวในอดีต ณ สถานที่​เเห่งนี้ ยังดูขลังเลยทีเดียว

👆​ภาพ เมื่อราวปี 2025 จะเป็นบรรยากาศ​อีกเเบบหนึ่ง โดยจะมีหิมะปกคลุม​ไปทั่วบริเวณ เเต่ก็เเฝงไปด้วยความเวิ้งว้าง​ เเละโดดเดี่ยว​ไปอีกเเบบครับ
……….

🚩​หยั่งซิ่งไจเป็นพระตำหนักสองชั้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในสวนจักรพรรดิ​ ในพระราชวังต้องห้าม

🚩​พระตำหนักหยางซิ่งจายสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง เดิมมีชื่อว่า “เล่อจื้อไจ” จนกระทั่งเข้าสู่ยุคราชวงศ์ชิงจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “หยั่งซิ่งไจ”

🚩​คำว่า “หยั่งซิ่ง” 樂志 แปลประมาณว่าการบำรุงจิตใจ หรือการฝึกฝนอุปนิสัยให้ดีงาม) นำมาจากคัมภีร์ของปราชญ์เม่งจื๊อ บทจิ้นซินซ่าง

🚩​ ที่กล่าวไว้ว่า: “ธำรงจิตใจ หล่อเลี้ยงอุปนิสัย เพื่อสนองต่อฟ้า” การตั้งชื่อเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการปกครองและการใช้ชีวิตของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิงได้อย่างลึกซึ้ง

🚩​ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดของอำนาจราชบัลลังก์และกองฎีกาที่ต้องตรวจสอบไม่เว้นแต่ละวัน จักรพรรดิเองก็ต้องการพื้นที่ส่วนพรเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจ ทบทวนตนเอง และข่มกิเลสต่างๆ

🚩​พระตำหนักนี้จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตัวอาคารหลักเป็นสองชั้น ส่วนที่ยื่นออกมาทางด้านหน้า (ทิศตะวันออก) มีหน้าต่างเปิดกว้างถึงสามด้าน ทำให้มอบเห็นสวนจักรพรรดิ​ได้อย่างดี

🚩​หลังคาปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง ตัดขอบด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว การใช้สีเช่นนี้ไม่เพียงแต่รักษาความสง่างามสูงส่งของราชวงศ์ไว้

🚩​แต่ยังเพิ่มชีวิตชีวาให้กลมกลืนกับธรรมชาติในสวนอีกด้วย การออกแบบหลังคาเป็นทรงเซี่ยซานแบบชั้นเดียว (歇山頂 คล้ายหลังคาทรงปั้นหยาแต่มีจั่ว) ยิ่งทำให้ตัวอาคารดูโปร่งสบายและเบาตา

🚩​บริเวณลานด้านหน้าอาคารรายล้อมไปด้วย “หินไท่หู” ที่จัดวางลดหลั่นกันอย่างมีศิลปะ การออกแบบที่ผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติจำลอง (ภูเขาจำลอง) ได้สร้างความรู้สึกเเบบอยู่ในป่า

🚩​โดยในแต่ละช่วงเวลาของราชวงศ์ชิง หยั่งซิ่งไจทำหน้าที่รองรับบทบาททางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างเช่น

🚩​เป็นห้องทรงพระอักษรในยุคทองของราชวงศ์ชิง
ซึ่งเมื่อครั้งที่จักรพรรดิเฉียนหลง, จักรพรรดิ​เจียชิ่ง และจักรพรรดิ​เต้ากวง
🔸​ไปเดินชมสวนจักรพรรดิ​ ก็มักจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักผ่อน ทรงพระอักษร หรือแต่งบทกวี

🚩​ซึ่งเรื่องราวของหยั่งซิ่งไจ จะเป็นที่รู้จักมากที่สุด เกิดขึ้นในช่วง “ราชสำนักชิงสละราชสมบัติ” (遜清小朝廷) หลังจากราชวงศ์ชิงล่มสลายลง

🚩​ในปี ค.ศ. 1919 เรจินัลด์ จอห์นสตัน ชาวอังกฤษ ได้รับการว่าจ้างให้มาเป็นพระอาจารย์สอนภาษาอังกฤษของ “ผู่อี๋” จักรพรรดิองค์สุดท้ายเเห่งราชวงศ์​ชิง​

🚩​เเละจักรพรรดิ​ผู่อี๋ได้ให้สถานที่เเห่งนี้เป็นห้องพักและห้องทำงานของจอห์นสตันภายในพระราชวังโดยเฉพาะเเละยังถือเป็นการฉีกกฎระเบียบดั้งเดิมของการอยู่อาศัยในเขตพระราชฐานชั้นในไปโดยสิ้นเชิงในยุคของจักรพร​รดิ​ผู่​อี๋​

🚩​เเละเป็นหนึ่งในสถานที่หลักที่ จักรพรรดิ​ผู่อี๋ได้สัมผัสกับแผนที่โลก, คณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ, และแนวคิดรัฐธรรมนูญตะวันตกเป็นครั้งแรก

🚩​หลังจากจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ได้ถูก​เนรเทศ​ออกจาก​พระราชวัง​ต้อง​ห้า​ม​ ให้ให้สถานที่เเห่งนี้รกร้างไปพักใหญ่ก่อนจะมีการบูรณะ​เเบบยิ่งใหญ่ในช่วงปี 2013ถึง2107ที่ผ่านมาครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel