
ในช่วงปลายปี 1915 หยวน ซื่อไข่ผู้หุนหันพลันแล่นไม่ยอมให้ประธานาธิบดีที่ดีคนหนึ่งทำหน้าที่แทน และต้องเสี่ยงต่อความอัปยศอดสูของโลกด้วยการประกาศสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิและเปลี่ยนชื่อราชวงศ์หยวนเป็น “หงเซี่ยน”

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ การเมือง ธุรกิจ วิชาการ และอุตสาหกรรม ต่างไม่เห็นด้วยและต่อต้านการประณามในรูปแบบต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลสำคัญที่มีอำนาจทางทหาร เช่น ถังจี้เหยา ไฉ่เอ๋อ และหลี่เหลียนจุน ได้จัดตั้งกองทัพพิทักษ์ชาติ เพื่อโจมตีหยวนซื่อไข่

ความฝันของเหล่าหยวนซื่อไคที่จะเป็นจักรพรรดิก็พังทลายลง ในที่สุดก็เสียชีวิตด้วยโรคไตวายเรื้อรังในวันที่ 6 มิถุนายน 1916

หยวนซื่อไข่ ได้กล่าวคำสุดท้ายก่อนเสีย-ชีวิตว่า “ช่วยพาฉันกลับบ้านและฝังร่างฉันด้วย” รัฐบาลเป่ยหยางได้จัดตั้งสำนักงานจัดงานเพื่อจัดงานศพอย่างเป็นทางการให้เขา

หลังจากที่โลงถูกนำไปตั้งไว้ที่หอฮวาเหรินเป็นเวลา 21 วัน งานศพก็จัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนของปีนั้น และโลงถูกเคลื่อนย้ายจากปักกิ่งไปยังหมู่บ้านหวนชางในเมืองจางเต๋อ มณฑลเหอหนาน ไปยังสถานีรถไฟเฉียนเหมินตะวันตกในปักกิ่ง

หยวนซื่อไจ่ถูกฝังในสุสานที่อยู่ห่างจากบ้านพักเดิมของเขาในหมู่บ้านหวนชางไปทางเหนือหนึ่งไมล์ สุสานทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่กว่า 200 เอเคอร์

ที่ได้รับการออกแบบและสร้างโดยวิศวกรชาวเยอรมัน ในเวลานั้น สุสานปลูกด้วยต้นสนและต้นไซเปรส และชาวบ้านเรียกมันว่า “หยวนกงหลิน” (ป่าหยวนกง)


หนึ่งในความสำเร็จของงงานศพครั้งนี้ ก็เป็นเพราะซูซื่อฉาง ต้วนฉีรุ่ย หวังซื่อเจิ้น และคนอื่นๆ ในรัฐบาลเป่ยหยาง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ล้วนเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของหยวนซื่อไข่ ทำให้พวกเขายังไม่ได้ละทิ้งความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของหยวนซื่อไข่เเละจัดงานเเบบสมเกียรติให้ผู้นำเขา




🚩ถ้าพูดถึงโลงศพของหยวนซื่อไข่ ถึงแม้จะไม่มีการเปิดเผยแบบพิมพ์เขียวงานไม้โดยละเอียด แต่ถ้าอ้างอิงจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้น ประกอบกับกรรมวิธีการทำโลงศพชั้นสูงตามประเพณีจีนดั้งเดิม ขั้นตอนการสร้างโลงศพของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน



ขั้นตอนแรกๆเเละอาจจะสำคัญที่สุดในการทำโลงชั้นสูงคือการหาไม้ ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ โลงของหยวนซื่อไข่ มีความพิถีพิถันโดยใช้ ไม้หยินเฉินมู่ เเต่บางแหล่งระบุว่าเป็น ไม้หนานมู่เนื้อทอง
ไม้ประเภทนี้มีความหนาแน่นสูงมาก แข็งแกร่งและมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการต้านทานการเน่าเปื่อยและแมลงกัดกินได้อย่างดี

โลงศพชั้นสูงตามธรรมเนียมจีนโบราณมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดอน่างหนึ่งในงานไม้ คือ ห้ามใช้ตะปูเหล็กโดยเด็ดขาด ซึ่งช่างฝีมือต้องพึ่งพาเทคนิคการเข้าลิ้นซ่อนสลัก เพื่อประกอบแผ่นไม้ที่หนาและหนักให้แนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน

เทคนิคนี้ไม่เพียงแต่ทำไปเพื่อให้สอดคล้องกับข้อห้ามตามหลักฮวงจุ้ยและหยินหยาง (เนื่องจากเชื่อว่าโลหะจะทำลายฮวงจุ้ยหรือเร่งให้ไม้ผุพัง) แต่ยังช่วยรับประกันว่า เมื่อไม้เกิดการหดตัวหรือขยายตัวตามอุณหภูมิ โลงจะยังคงยึดติดกันอย่างแน่นหนา ป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินหรืออากาศซึมเข้าไปได้

หลังจากขึ้นโครงไม้เสร็จเรียบร้อย หัวใจสำคัญในการป้องกันการเน่าเปื่อยและการปิดผนึกคือกระบวนการลงรักอันซับซ้อน โลงของหยวนซื่อไข่ต้องผ่านขั้นตอนการหุ้มผ้าดิบฉาบปูน คือการทาพื้นผิวไม้ด้วยวัสดุอุดรอยรั่วที่ผสมจากยางรักดิบ เลื-อดหมู และผงกระเบื้อง (หรือผงอิฐ)

จากนั้นนำผ้าป่านทอหยาบ มาแปะทับลงในชั้นปูนรักนี้ เมื่อโครงสร้างชั้นนี้แห้งสนิท จะแข็งแกร่งมาก เเละสามารถแยกความชื้นจากภายนอกออกไปได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากฉาบปูนเสร็จ ช่างจะใช้ยางรักธรรมชาติแท้ทาเคลือบซ้ำหลายครั้ง โดยแต่ละชั้นที่ทาต้องรอให้แห้งสนิทในที่ร่มแล้วจึงขัดเงา ก่อนที่จะทาชั้นต่อไปได้ กระบวนการนี้ทำให้พื้นผิวของโลงมีความเงางาม และป้องกันการผุพังได้ดี

ที่ก้นโลงจะถูกปูรองด้วยเครื่องหอมที่มีฤทธิ์ต้านทานการเน่าเปื่อยในปริมาณมาก เช่น ไม้กฤษณา ไม้จันทน์ รวมถึงผงถ่านและชาด เพื่อช่วยดูดซับความชื้น ป้องกันการเน่าเปื่อย และดับกลิ่น

เมื่อนำร่างบรรจุลงโลง จะถูกสวมใส่ด้วยชุดที่ตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษ โดยตอนที่หยวนซื่อไข่ถูกบรรจุลงโลง เขาสวมชุดพิธีการบวงสรวงสวรรค์ และสวมหมวกมงกุฎแบบจักรพรรดิ
จากนั้นจะคลุมทับถัวหลัวหนีจิงเป่ย(ผ้าห่มพระศพจักรพรรดิ) ส่วนช่องว่างรอบๆ ตัวจะถูกอุดด้วยไข่มุก หยก และเครื่องประดับทองเงินจนเต็ม ซึ่งเรียกว่าการ “อุดช่องว่าง” หรือ “การทับโลง” เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างขยับเขยื้อนระหว่างการเคลื่อนย้ายครับ

เนื่องจากโลงนี้ใช้ไม้ล้ำค่าที่มีความหนาแน่นสูงมาก ประกอบกับชั้นยางรักที่หนามาก น้ำหนักโดยรวมจึงมาก ทำให้ในวันเคลื่อนย้ายโลง จึงต้องใช้คนเเยกห้ามหลายสิบคนแปดสิบคน ในขบวนเเห่ครับ
- เพชฌฆาตและนักโทษในกว่างโจว ช่วงปลายราชวงศ์ชิง
- ระบบให้ความสว่างในพระตำหนัก พระที่นั่ง ยามค่ำคืน ในพระราชวังต้องห้าม
- ขบวนเเห่ โลงศพของ หยวนซื่อไข่ (จักรพรรดิหงเซี่ยน) ยิ่งใหญ่เทียบได้กับจักรพรรดิราชวงศ์ชิง
- กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ก่อนสังหารหมู่ที่นานกิง ประมาณสองเดือน
- สตรีชาวจีนฮั่น ปลายราชวงศ์ชิง ใช้สิ่งนี้ช่วยรัดเท้าให้งดงาม
