ประตู​อิงเทียน สมัยราช​วงศ์​สุยเเละราชวงศ์​ถัง​ กับความยิ่งใหญ่ที่สัมผัส​ได้​

เมื่อใครที่ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โบราณสถานอิงเทียนเหมิน เเละเมื่อยืนอยู่ริมถนนและมองขึ้นไป หอคอยประตูอิงเทียนที่ได้รับการบูรณะเเละสร้างขึ้นใหม่แล้วตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นสูง หอนี้สูงประมาณ 50 เมตร เทียบเท่ากับอาคาร 15 ชั้นในปัจจุบัน และประกอบด้วยหอประตู หอข้าง หอสังเกตการณ์ ทางเดินลอยฟ้าและทางเดินเชื่อมต่อ

เมื่อเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ผ่านประตูทางทิศใต้ จะมีห้องโถงอันงดงาม ซึ่งประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงอาคารหลักต่างๆ ตามแนวแกนกลางของเมืองลั่วหยางในสมัยราชวงศ์สุ่ยและราชวงศ์​ถัง

ประตูอิงเทียนตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางอย่างโดดเด่นเเละอาจจะเรียกได้ว่าเด่นที่สุดเลยก็ว่าได้
ประตูอิงเทียนของเดิมสร้างขึ้นครั้งแรกในราชวงศ์สุย เป็นยุคของ จักรพรรดิสุยหยางตี้ (หยางกวง)ในปีค.ศ. 605 เดิมชื่อว่า “ประตูเจ๋อเทียน”

ในปีแรกของจักรพรรดิถังจงจง (ค.ศ. 705) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามเกี่ยวกับชื่อของอู๋เจ๋อเทียน จึงเปลี่ยนชื่อเป็นประตูอิงเทียน หน้าที่ของประตูนี้คล้ายกับประตูอู่ของพระราชวังต้องห้ามในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์​ชิง คือเป็นสถานที่หลักสำหรับพิธีการสำคัญของราชสำนักชั้นนอก เช่น การขึ้นครองราชย์ การเปลี่ยนพระยศ การอภัยโทษ และงานเลี้ยงต่างๆ จักรพรรดิเกาจงแห่งราชวงศ์ถังได้ออกพระราชกฤษฎีกาปล่อยตัวกษัตริย์แห่งแพ็กเจที่นี่ และพระนางอู๋เจ๋อเทียนขึ้นครองราชย์ที่นี่เช่นกัน

ในสมัยราชวงศ์สุยและราชวงศ์​ถัง ประตูอิงเทียนเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิใช้รับทูตจากญี่ปุ่นที่มาเยือนราชวงศ์สุยและถัง รวมถึงทูตต่างประเทศอื่นๆ ในปี 1980 ทีมโบราณสถานเทศบาลเมืองลั่วหยางได้ทำการขุดค้นทดลองที่บริเวณประตู​อิงเทียน และค้นพบฐานรากของหอประตูทางทิศตะวันตกและทางเดินลอยฟ้า

พื้นผิวของดินยังคงมีร่องระบายน้ำและอิฐปูพื้น ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบ “ประตูสามบานสองด้าน” ทั่วไป สิ่งนี้สอดคล้องกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ว่าอิงเทียนเหมินมีหอประตูสองแห่ง โดยหอประตูบนสุดเรียกว่า “จื่อเว่ยกวน” (ประตูสีม่วง) ขนาบข้างด้วยหอประตูทางซ้ายและขวา และมีทางเดินลอยฟ้าอยู่ด้วย

ในปี 1992 ทีมงานโบราณคดีเมืองลั่วหยาง สังกัดสถาบันโบราณคดี สถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน ได้ทำการขุดค้นทดลองบริเวณหอประตู หอหัวมุม และทางเดินลอยฟ้าทางด้านตะวันออกของแหล่งโบราณคดีอิงเทียนเหมิน

เเละในปี 2001 ถึง ปี 2002 ทีมงานได้ทำการขุดค้นทางเดินประตู ชานชาลา และซากปรักหักพังที่เกี่ยวข้องของแหล่งโบราณคดีอิงเทียนเหมินอีกครั้ง ซึ่งช่วยให้เข้าใจถึงวิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรม จำนวนและโครงสร้างของทางเดินประตู รวมถึงรูปแบบและขนาดของชานชาลาในแหล่งโบราณคดีอิงเทียนเหมินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แหล่งโบราณสถานอิงเทียนเหมินแบ่งออกเป็นสองช่วง คือ ช่วงต้นและช่วงปลาย บริเวณประตูช่วงต้นอาจได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงราชวงศ์ถังที่เจริญรุ่งเรือง

ส่วนบริเวณประตูช่วงปลายอาจได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงปลายราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ่งเหนือ แท่นมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวประมาณ 50 เมตรจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก และกว้างประมาณ 25 เมตรจากทิศเหนือไปทิศใต้

บริเวณประตูมีทางเดินสามทาง โดยมีกำแพงกั้นสองแห่งอยู่ตรงกลาง ทางเดินและกำแพงกั้นมีความกว้างประมาณ 5 เมตร และปัจจุบันเหลือเพียงเศษหินดินและหินฐานรากบางส่วนเท่านั้น

จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่แหล่งโบราณสถานอิงเทียนเหมิน พบโบราณวัตถุกระจัดกระจายอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น เช่น อิฐสี่เหลี่ยมผืนผ้าจากสมัยราชวงศ์ถัง กระเบื้องมุงหลังคาลายดอกบัว และเหรียญทองแดง

ซึ่งพบในชั้นดินอัดและหลุมเถ้าถ่าน ในเวลานั้น ทั้งกำแพงด้านนอกของอิงเทียนเหมินและเมืองพระราชวังสมัยราชวงศ์สุยถังถูกก่อด้วยอิฐลาดเอียงที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ น้ำหนักประมาณ 3.3 กิโลกรัม มีพื้นผิวเรียบมากและมีลักษณะลาดเอียงตามธรรมชาติ

จาการเก็บข้อมูลตามประวัติศาสตร์​โครงการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 2016 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 350 ล้านหยวน และได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก Guo Daiheng ประตูเมืองมีความสูง 120 ฟุตจีน (เทียบเท่ากับ 35 เมตรในปัจจุบัน)

มีความลึก 25 เมตร และตั้งอยู่บนฐานสูง 9.2 เมตร ฐานมีความกว้าง 137 เมตรจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก และมีความลึก 60 เมตรจากทิศเหนือไปทิศใต้
เเละฐานเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงซากปรักหักพังโบราณของประตูอิงเทียนที่ขุดค้นพบ(จากภ่พในโพสต์​ที่เป็นซากดินครับ)​ หลังจากการบูรณะประตูนี้ก็ได้ทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์คที่ยิ่งใหญ่ของเมืองเหมือนที่เคยมีมาในอดีตนั่นเอง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top
JarnmooChannel