หยกชิ้นนี้ ได้ถูกพบเจอครั้งแรกในตำหนักหย่งเหอ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระสนมจิ่น (จากข้อมูลในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1889 ได้รับการสถาปนาเป็นจิ่นผิน (瑾嬪) โดยจักรพรรดิกวังซวี่แห่งราชวงศ์ชิงซึ่งได้มอบเป็นส่วนหนึ่งของสินสอดสำหรับงานแต่งงานของพระนาง

หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิชิง ผลงานชิ้นนี้ได้ยังรอดพ้นจากสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองเเละสถานการณ์สงครามกลางเมืองจีนหยกแกะสลักผักกาดขาวได้ถูกบรรจุลงหีบไม้พร้อมกับสมบัติล้ำค่าสำคัญของราชสำนัก ในช่วงปี ค.ศ. 1948 ถึง 1949
โบราณวัตถุชิ้นนี้ได้ผ่านกระบวนการขนส่งทางทะเลที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนผ่านการเคลื่อนย้ายหลายต่อจนในที่สุดก็ได้ข้ามช่องแคบมาถึงไต้หวันอย่างปลอดภัย และถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงปัจจุบันครับ

หยกผักกาดขาว มีความสูง 7.4 นิ้ว กว้าง 3.6นิ้ว เเละหนา 2.00 นิ้ว ใบมีลักษณะกึ่งโปร่งแสงเกิดจากการรวมสีธรรมชาติต่างๆ ของหยก โดยแกะสลักจากหยกหยกสีขาวเเละสีเขียว
ถือเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบคุณธรรมของสตรี โดยมีก้านสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ใบที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ เเละตั๊กแตนเป็นตัวแทนของเด็กๆ
เเต่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมได้พิสูจน์แล้วว่าการตีความนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ katydid(ตักเเตนหนวดยาว) มีบทกวีเกี่ยวกับแมลง “จงซี” ในหนังสือกวีนิพนธ์ แมลงชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์มงคลในการมีลูกและหลานมากมายในวัฒนธรรมของจีน
จากการตีความบทกวีนี้และการวิเคราะห์กีฏวิทยา “จงซี” นี้น่าจะเป็นตั๊กแตนอพยพมากกว่า ซึ่งขนาดของตั๊กแตนบนใบผักกาดขาวหยกนี้ มันเล็กเกินกว่าจะระบุได้ว่าเป็นตั๊กแตนชนิดอะไร เเต่เป็นหนึ่งในชิ้นที่งดงามมากเลยทีเดียวครับ
ปัจจุบันได้ถูกจัดแสดงเเละเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์กู้กง ในไต้หวัน เเเต่อาจจะต้องดูช่วงเวลาดีดีนะครับเพราะว่า หยกชิ้นนี้จะมีการโยกย้ายไปจัดเเสดงตามนิทรรศการบ่อยครั้ง อาจจะเจอหรือไม่เจอก็ได้ครับ

