​สมบัติ​ราชวงศ์​ชิง​ จี้หยก จักรพร​รดิ​นี​หว่าน​ห​รง​เมื่อ104 ปีก่อน

​นี้คือหนึ่งในสมบัติ​ล่ำค่าจากการส่วมใส่จริงของหวานหรงในวันเเต่งจงานเพื่อขึ้นเป็นจักรพรรดินีคนสุดท้ายของจีนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ครับ

​จี้หยกฉลุลายซวงสี่ (มงคลคู่) ชิ้นนี้เป็นตัวแทนที่ยอดเยี่ยมของงานฝีมือราชสำนักชิง ตามกฎระเบียบของกรมช่างศิลป์หลวง (造办处) ในสมัยราชวงศ์ชิง

​แนวคิดนี้เรียกว่าการกำหนดวัสดุตามแบบแผน (以样定料) ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางของช่างแกะสลักหยกในปัจจุบันที่มักจะสร้างสรรค์งานศิลป์ตามสภาพวัสดุเพื่อรักษาน้ำหนักและสีสันของหินหยกก้อนเดิมไว้ให้มากที่สุด

​เเต่ในสายตาของราชสำนักรูปแบบ และความหมายแฝงของลวดลายความคมชัด เช่น ตัวอักษร “囍” หรือ ซวงสี่ ในงานเเต่ง ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอและ หยกเป็นเพียงสื่อกลางในการถ่ายทอดการออกแบบของราชสำนักให้เป็นจริงเท่านั้นครับ

​ซึ่งคำว่า 囍 (ซวงสี่)​ ​คำนี้เป็นสัญลักษณ์มงคลที่สำคัญมากในวัฒนธรรมจีนครับ แปลว่า “ความสุขทวีคูณ” หรือ “มงคลคู่” ที่เกิดจากการนำตัวอักษร 喜 (สี่ – แปลว่า ความสุข หรือ ความยินดี) จำนวน 2 ตัวมาประกอบเข้าด้วยกันตามตัวอักษร

​ ​อักษร 囍 ส่วนมากจะถูกใช้ในงานแต่งงาน (งานมงคลสมรส) เป็นหลัก เพื่อสื่อถึงความสุขที่เกิดขึ้นพร้อมกันของคนสองคน รวมถึงความชื่นมื่นของทั้งสองครอบครัวที่มาเกี่ยวดองกันครับ

​ส่วนบริเวณ​ด้านบนของหยกสีเขียวมรกต ประดับด้วยลูกปัดปะการังสีแดงแกะสลัก ซึ่งจะเห็นลวดลายเครื่องหมายสวัสดิกะ “卍” และค้างคาวมงคล สื่อความหมายถึงความสุขและสิริมงคล ที่มาพร้อมด้วยไข่มุกเม็ดจิ๋วและเชือกถักดิ้นทอง

​ส่วนล่างประดับด้วยพู่เชือกไหมสีเหลือง 4 เส้น ซึ่งร้อยประดับด้วยไข่มุกเม็ดจิ๋วสีแดงและสีขาวเช่นเดียวกัน แต่จะมีร่องรอยความชำรุดเสียหายไปบางเส้นตามภาพครับ

​การตัดกันอย่างโดดเด่นและการผสมผสานของสีแดง เขียว ขาว และทอง แสดงให้เห็นความงดงามของยุคสมัย​นั้น

​ซึ่งใช้เทคนิค​การฉลุลายโปร่ง (透雕) ทั้งสองด้าน สม่ำเสมอ เรียบเนียน และสมมาตรอย่างสมบูรณ์แบบของเส้นสายต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นสู่ความสมบูรณ์แบบของช่างฝีมือแห่งสำนักพระราชวัง โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนด้านเวลาหรือวัสดุ

​โดยงานเเต่งงานของจักรพรรดิผู่อี๋(อายุ16ปี)​กับหว่างหรง(อายุ16ปี)​เเละเหวินซิ่ว(อายุ13ปี)​ในปี ค.ศ. 1922 แม้ว่าจักรวรรดิชิงจะล่มสลายไปแล้วในทางกฎหมาย แต่ด้วยผลของข้อตกลงเงื่อนไขการปฏิบัติต่อราชวงศ์ชิงอย่างผ่อนปรน

​ ทำให้ราชสำนักเล็ก ภายในพระราชวังต้องห้ามยังคงรักษางานพิธีการที่หรูหราและกฎระเบียบฝ่ายในที่เข้มงวดไว้ได้

​จี้หยกชิ้นนี้จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในยุคประวัติศาสตร์ช่วงเวลานั้น ที่แบกรับกลิ่นอายแสงสุดท้ายของจักรวรรดิชิง แสดงให้เห็นถึงความงามอันเป็นเลิศของงานฝีมือในอดีตให้เราได้เห็นครับ

​ปัจจุบันจี้หยกชิ้นนี้ ได้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พระ ราชวังเสิ่นหยางในนครเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ​ประเทศ​จีน ครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top