ช่วงเวลาประวัติศาสตร์จีนก่อนเเละหลังการปฏิวัติซินไฮ่ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์ชิงและก่อตั้งสาธารณรัฐจีน

มีเหตุการณ์ต่างๆอีกหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย เเต่สิ่งหนึ่งทที่ได้ถูกเปลี่ยนเเปลงไปตลอดกาลคือการประกาศให้ยุติการไว้ผมเปีย ของ ดร. ซุน ยัตเซ็น หลังการปฏิวัติซินไฮ่

เเต่ก่อนหน้านั้นในช่วงปลายราชวงศ์ชิง เราสามารถเห็นนักศึกษาชาวจีนไว้ผมเปียไปเรียนซึ่งอาจจะดูเเปลกตาจากผู้คนในปัจจุบันเเต่เป็นเรื่องปกติของผู้คนในช่วงเวลานั้น

ภาพเหล่านี้ทำให้เราได้เห็นการผสมผสานระหว่างจีนช่วงปลายราชวงศ์ชิงเเละวัฒนธรรมการเรียน การศึกษาของชาติตะวันตกที่ลงตัวอย่างเห็นได้ชัด

วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ก่อตั้งขึ้นในกรุงปักกิ่ง และการศึกษาระดับอุดมศึกษาในรูปแบบสมัยใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น มหาวิทยาลัยประเภทนี้แตกต่างจากราชบัณฑิตยสถานซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยราชสำนักชิงเพื่อสอนคัมภีร์ขงจื๊อ

เรามาสัมผัสภาพล้ำค่าที่หาชมได้ยากและกลับไปยังวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินในช่วงปลายราชวงศ์ชิง เพื่อดูว่าอาจารย์ นักศึกษาในยุคนั้นเป็นอย่างไร

ภาพถ่ายเก่าแก่อันทรงคุณค่าเหล่านี้บันทึกภาพบรรยากาศของคณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินขณะเข้าชั้นเรียน จัดประชุม รับประทานอาหาร ศึกษาเล่าเรียนในห้องสมุด ฯลฯ

สะท้อนภาพชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเมื่อกว่า 100 ปีก่อน เป็นที่เข้าใจกันว่าหลักสูตรอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้นอกจากหลักสูตรภาษาจีนแล้ว ล้วนสอนด้วยภาษาต่างประเทศทั้งสิ้น
มหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินเป็นโรงเรียนคริสต์ศาสนาที่สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงปี ค.ศ. 1870 ในขณะนั้น คริสตจักรเมธอดิสต์เอพิสโกพัลได้ก่อตั้งโบสถ์ขึ้นที่เมืองฉงเหวินเหมิน กรุงปักกิ่ง

และจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้น สอนพระคัมภีร์ไบเบิลและหนังสือสี่เล่ม แม้จะเล็กมาก มีนักเรียนเพียงสามคน นักศึกษาทั้งสามคนนี้สมัครเข้าเรียนเพราะได้ยินมาว่าทางโรงเรียนมีข้าวให้รับประทานวันละหนึ่งถ้วย

ในปี ค.ศ.1884 โรงเรียนได้ขยายขนาด เปิดโรงเรียนป๋อเสว่ เป่ยเสว่ เฉิงเหม่ย และโรงเรียนประถมศึกษา และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนฮวยหลี่”

ในปี ค.ศ. 1889 วิทยาลัยฮวยหลี่ได้เพิ่มภาควิชาของมหาวิทยาลัยและเปลี่ยนชื่อเป็น “วิทยาลัยฮุ่ยเหวิน” ซึ่งหมายถึง “การผสมผสานแก่นแท้ของวัฒนธรรมจีนและตะวันตก”

ในขณะนั้น วิทยาลัยได้เลียนแบบระบบวิชาและการจัดหลักสูตรของมหาวิทยาลัยในอเมริกา ก่อตั้งสาขาวิชาต่างๆ เช่น ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทววิทยา แพทยศาสตร์ และศิลปะ

และในช่วงแรกมีลักษณะเฉพาะของการศึกษาระดับอุดมศึกษาสมัยใหม่ ซึ่งในปีนั้นมีนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัย 80 คน
ในปี ค.ศ. 1890 วิทยาลัยฮุยเหวินได้รับการจดทะเบียนในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
วิทยาลัยแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ --วิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
- วิทยาลัยไวลีเซมินารี
-วิทยาลัยแพทยศาสตร์
-รวมถึงโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนอุตสาหกรรม นักศึกษารุ่นแรกสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ.1892 โดยมีนักศึกษาทั้งหมด 5 คน
ในช่วงกบฏนักมวยในปี ค.ศ. 1900 อาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาของโรงเรียนได้รับความเสียหายพังทลาวอย่างหนัก

เเต่ในปี ค.ศ. 1902 โรงเรียนได้รับการปรับปรุงอาคารเรียนอาคารเรียน เเละได้มีการสร้างอาคารใหม่อย่างต่อเนื่อง
ในปี ค.ศ. 1905 เปลี่ยนชื่อเป็น “หอประชุมมหาวิทยาลัยปักกิ่งฮุ่ยเหวิน”
หอประชุมมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินในสหรัฐอเมริกามีชื่อว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งตรงกับชื่อภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยปักกิ่งในปัจจุบัน
ซึ่งย้อนไปในปี ค.ศ. 1898 ราชวงศ์ชิงได้เคยสถาปนามหาวิทยาลัยแห่งปักกิ่งขึ้น โดยให้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยจักรพรรดิแห่งปักกิ่ง

หอประชุมมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินรับสมัครนักศึกษาชายทุกคนที่มีความรู้ด้านวัฒนธรรมในระดับหนึ่ง และยินดีต้อนรับทั้งคริสเตียนและไม่ใช่คริสเตียน
หอประชุมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ดำเนินงานตามหลักการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ และมุ่งหวังที่จะ “ช่วยเหลือเยาวชนชาวจีนในจักรวรรดิจีนและประเทศอื่นๆ ให้ได้รับการศึกษาด้านวรรณกรรม วิทยาศาสตร์ และวิชาชีพอย่างจริงจัง”

ถึงแม้ว่าหอประชุมมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินจะไม่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา แต่ก็ไม่เคยละเลยการเผยแพร่พระกิตติคุณ
เเต่ก็ได้กำหนดให้มีพิธีนมัสการวันละสองครั้ง ศึกษาพระคัมภีร์สัปดาห์ละครั้ง และจัดการประชุมฟื้นฟูทุกปี ให้ครูคริสเตียนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หอประชุมมหาวิทยาลัยนี้จึงได้จ้างบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเติ้งโจวเหวินฮุ่ยกวน(ตามในภาพโพสต์นี้ครับ) มาเป็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาจีน
ไฮแรม แฮร์ริสัน ลาวรี แห่งคริสตจักรเมธอดิสต์เอพิสโกพัล ที่ได้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1894 จนกระทั่งถูกควบรวมกิจการ
ระหว่างดำรงตำแหน่งครูใหญ่ เขาเน้นย้ำถึงการพัฒนามาตรฐานทางวิชาการมากมาย
ในปี ค.ศ. 1912 หอประชุมมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวิน”
ต่อมาในปี ค.ศ. 1918 มหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวินได้ควบรวมกับมหาวิทยาลัยยูเนียนและมหาวิทยาลัยสตรีนอร์ทไชน่ายูเนียน ก่อตั้งเป็น “มหาวิทยาลัยเหยียนชิง”
ต่อมาได้มีการย้ายไปที่เขตไห่เตี้ยน (海淀区) กรุงปักกิ่ง (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยปักกิ่ง)
ละส่วนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนมัธยมต้นของมหาวิทยาลัยยังคงอยู่ที่เดิม เรียกว่า “โรงเรียนฮุ่ยเหวิน”
เเละภาพทั้งหมดนี้คือ นักศึกษาชาวจีน หนึ่งในรุ่นเเรกๆของหอประชุมมหาวิทยาลัยฮุ่ยเหวิน ช่วงปลายราชวงศ์ชิงครับ
