​คดียาเม็ดแดง สกัดจากสตรีพรหมจรรย์ ที่คร่าชีวิต​จักรพรรดิ​ราชวงศ์​หมิง!? ​

​ ​เหตุการณ์​นี้เกิดขึ้นหลังจากจักรพรรดิ​ว่านลี่สวรรคต จูฉางลั่ว(ลูกคนโตของจักรพร​รดิ​ว่านลี่)​ ก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็น “จักรพรรดิ​ไท่ชาง” ในที่สุดเเละตั้งใจจะบริหารบ้านเมือง​ให้ดี

​ แต่ด้วยความที่เก็บกดมานานรวมทั้งความเครียด​สะสมเเละสุขภาพ​ไม่ดีอยู่เเล้ว ว่ากันว่าเจิ้งกุ้ยเฟยได้ทำการถวายสตรีงามมาเกือบสิบคนมาคอยดูเเล เพียงไม่กี่วันจักรพรรดิ​โหมสตรีหนัก เเละป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น

​ซึ่งมีขันทีชื่อว่า ชุยเหวินเซิง ซึ่งดูแลห้องเครื่องยาหลวง ได้จัด “ยาแรง” หรือยาถ่าย โดยอ้างว่าเป็นยาบำรุงถวายให้จักรพรรดิ​ เมื่อกินเข้าไป พระองค์ก็ถ่ายท้องติดๆ กันถึงกว่า30 ครั้งในวันเดียวจนอาการทรุดหนัก แทบสิ้นสติ

​จนกระทั่งขุนนางชื่อหลี่เข่อจัวได้นำ “ยาเซียน” มาถวาย ยานี้มีลักษณะเป็นเม็ดสีแดง ซึ่งอ้างว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่สกัดมาจากสตรีพรหมจรรย์และแร่ธาตุต่างๆ

​เมื่อจักรพรรดิ​กินยาเม็ดแดงเม็ดเเรกเข้าไปช่วงเที่ยงๆบ่ายๆอาการกลับดูดีขึ้นอย่างมาก จนมีแรงลุกขึ้นนั่งและชมว่าหลี่เข่อจัวเป็น “ขุนนางผู้ภักดี”

​ด้วยความอยากหายขาด จักรพรรดิ​จึงรับสั่งให้นำยาเม็ดเเดงเม็ดที่สองมาในตอนค่ำ โดยไม่ฟังคำชี้เเนะของเหล่าขุนนางผู้ภักดี​ เมื่อรีบเร่งกินเม็ดที่สองเเล้วนอน

ปรากฏ​ว่ารุ่งเช้าของวันต่อมา จักรพรรดิ​ไท่ชางก็สวรรคตอย่างกะทันหัน รวมเวลาครองราชย์เพียง 29 วันเท่านั้น (อายุ39ปี)​

​ยาเม็ดแดง แท้จริงแล้วคืออะไร⁉️​
ซึ่งมีข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ หลายคนเชื่อว่ายานี้ปรุงขึ้นจากเลือ-ดประจำเดือนครั้งแรกของหญิงพรหมจรรย์ (ตะกั่วแดง) ผสมกับ ชิวสือ (สารสกัดจากปัสสาวะมนุษย์) น้ำนมคน และชาด ครับ

​ ​ยาแผนโบราณประเภทนี้มักมีส่วนผสมของตะกั่วและปรอท ลำพังสุขภาพ​ของจักรพรรดิก็เเย่อยู่แล้ว การรับยาที่มีสารโลหะหนักเข้าไปก็ไม่ต่างอะไรกับการเร่งวันเสียชีวิต

​การสวรรคตอย่างกะทันหันสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วราชสำนัก เหล่าขุนนางต่างเรียกร้องให้ลงโทษชุยเหวินเซิงที่สั่งยาผิด และหลี่เข่อจัวที่ถวายยาเม็ดแดง แต่เบื้องหลังการเรียกร้องนี้ ซ่อนวาระทางการเมืองที่ลึกล้ำกว่านั้นครับโดยมีผู้ต้องสงสัย​คือ

-​ขั้วอำนาจของเจิ้งกุ้ยเฟย ซึ่งพระนางมีปมขัดแย้งฝังลึกกับจักรพรรดิ​ไท่ชาง​มานานเพราะอยากให้ลูกชายตนเองได้ครองราชย์ ชุยเหวินเซิงเองก็เคยเป็นคนสนิทของพระนาง ทำให้ถูกสงสัยว่าเป็นผู้บงการวางยา

-​พรรคตงหลิน (ฝ่ายขุนนาง) ฉวยโอกาสนี้โจมตีขั้วอำนาจของเจิ้งกุ้ยเฟยอย่างหนัก โดยใช้การไต่สวนหมอหลวงเป็นเครื่องมือในการกวาดล้างศัตรูการเมืองและขยายอำนาจตนเอง

-​หลี่เข่อจัว เขาอาจจะแค่หวังดีอยากถวายยาเพื่อเอาความดีความชอบ แต่ประเมินสภาพร่างกายที่อ่อนแอของจักรพรรดิและพิษของยาพลาดไป

​คดียาเม็ดแดงจบลงด้วยการประนีประนอมและการดึงดันทางการเมือง ในตอนแรก หลี่เข่อจัวเพียงแค่ถูกปรับเงินเดือน ส่วนชุยเหวินเซิงถูกสั่งย้าย

​แต่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักของพรรคตงหลิน ในที่สุดหลี่เข่อจัวก็ถูกเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดนครับ

​เเต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อขันทีอำมหิต เว่ยจงเสียน (ผู้นำพรรคขันที) เรืองอำนาจในยุคต่อมา คดียาเม็ดแดงก็ถูกขุดขึ้นมาใช้เป็นข้ออ้างในการกวาดล้างและสัง-หารขุนนางพรรคตงหลินที่เคยมีส่วนร่วมในการทำคดีนี้อย่างโหดเหี้ยมครับ

​การจากไปของจักรพรรดิไท่ชาง ทำให้จักรพรรดิ​เทียนฉีในวัยเพียง 15ปีต้องขึ้นครองราชย์อย่างฉุกละหุก ซึ่งเป็นชนวนเหตุนำไปสู่คดีวุ่นวายอีกหนึ่งคดีคือ “คดีย้ายตำหนัก”

คดีนี้ทำให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายขุนนาง (พรรคตงหลิน) และฝ่ายตรงข้าม (ที่ต่อมากลายเป็นพรรคขันที) ร้าวลึกจนเกินเยียวยา และเร่งให้ราชวงศ์หมิงล่มสลายเร็วขึ้นครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top