

ทบทวนที่มาที่ไปเเบบสรุปนิดนึง เผื่อมีพี่ๆที่เข้ามาติดตามใหม่ที่ยังไม่ทราบถึงที่มาของการปล้นครั้งนี้ หลังจากพระนางซูสีไทเฮาได้เสียชีวิต เมื่อวัน 15 พฤศจิกายน ปี 1908 ร่างของเธอก็ได้ตั้งเพื่อไว้ทุกข์อยู่ที่พระราชวังต้องห้าม 1 ปีเต็ม ซึ่งหลังจากนั้น 1 ปี ก็ได้ถูกย้ายไปที่สุสานหลวงตะวันออกแห่งราชวงศ์ชิง “ชิงตงหลิง” เเละเก็บไว้ห้องใต้ดิน”ติ้งตงหลิง” เป็นกลุ่มสุสานย่อยในสุสานหลวงตะวันออกแห่งราชวงศ์ชิง

ซึ่งในอีกประมาณ20 ปีต่อมา ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 1928 นายพลซุน เตี้ยนอิง ได้ยกพลเข้ามาปิดล้อมและยึดหมู่ฮวงซุ้ยของพระนางซูสีไทเฮา หลังจากนั้นได้สั่งทหารให้ถอดเอาของมีค่าที่ประดับประดาฮวงซุ้ยออกทั้งหมด ก่อนจะใช้ระเบิด ทำลายเเละเข้าไปในห้องใต้ดินซึ่งเป็นห้องเก็บร่างเเละโลงของซูสีไทเฮา

หลังจากที่ ซุน เตีเยนอิงเเละพวก เข้าไปได้ สมบัติต่างๆก็ได้ถูกขนย้ายออกไปกว่า30คันรถเลยทีเดียว เหลือไว้เเต่ หมอน รองเท้า ผ้าห่ม รวมไปถึง ชุดคลุมสตรีลายมังกร ของพระนางซูสีไทเฮาชุดนี้ด้วยครับ

ต่อมาผู่อี๋ทราบข่าว จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ในราชสำนักเล็ก เก็บรวบรวมร่างเเละสิ่งของภายในที่ยังหลงเหลืออยุ จัดระเบียบ ปิดผนึกโลง เเละปิดประตูหินห้องใต้ดินขนาดใหญ่นั้บตั้งเเต่นั้นมา

จนถูกเปิดอีกครั้งในปี 1983 เเต่ครั้งนั้นเกิดปัญหาเนื่องจากทีมโบราณคดีไม่เเจ้งหน่วยงานใหญ่ของรัฐ ทำให้ปิดผนึกอีกรอบ เเละเปิดโลงอย่างเป็นทางการใน ปี 1984 จากหน่วยงานรัฐ
เเละชุดคลุมสตรีลายมังกรตัวนี้คือหนึ่งในสมบัติที่ยังลวงเหลืออยู่ในห้องใต้ดิน เป็นเสื้อคลุมชั้นนอกสุดที่พระนางซูสีไทเฮาที่สวมใส่ในระหว่างฝังสู่ห้องใต้ดิน โดยทีมเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นบูรณะใหม่

ระหว่างการทำความสะอาดห้องใต้ดินของพระนางซูสีไทเฮา เสื้อคลุมสตรีลายมังกรนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะชายด้านล่าง

การบูรณะสมัยใหม่ใช้วิธีการเสริมความแข็งแรงด้วยผ้าซับใน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกใช้ผ้าสมัยใหม่ที่มีสไตล์คล้ายกับวัตถุโบราณที่กำลังบูรณะมาวางไว้ใต้บริเวณที่เสียหาย แล้วเย็บวัตถุโบราณและผ้าซับในเข้าด้วยกันโดยใช้เทคนิคการเย็บที่เหมาะสมเพื่อฟื้นฟูรูปทรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สิ่งที่พิเศษที่ไม่ค่อยมีในชุดคลุมสตรีลายมังกรของพระนางซูสีไทเฮาคือ มีอักษร “พระพุทธเจ้า” อยู่จำนวน 31 ตัว ปักด้วยด้ายทอง
เเละอักษร “พระพุทธเจ้า” เหล่านั้นจะประดับด้วยไข่มุกที่ทำขึ้นมาพิเศษ ซึ่งทั้งหมดก็ถูกดึงออกเเละขโมยในปี 1928

อักษร “พระพุทธเจ้า” ที่ปักไว้สะท้อนให้เห็นถึงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของพระนางซูสีไทเฮา ที่หวังจะได้เข้าสู่แดนสุขาวดีโดยเร็วที่สุดหลังจากสิ้นพระชนม์ เลยทำให้สัญลักษณ์จักรพรรดิ 12 อย่างบวกกับอักษรพุทธ 31 ตัว ว่าเป็นชุดคลุมวตรีลายมังกรที่มีอักษร “พระพุทธเจ้า” ชุดเดียวในโลก ที่เคยค้นพบมา

📌ส่วนเส้นไหมทองที่โผล่ออกมาจากตัวอักษร เเละมีอยู่บริเวณอื่นด้วย โดยบริเวณที่เกิดการฉีกขาดของเส้นไหมทอง ผูกไว้เพื่อมัดไข่มุกเม็ดเล็กไปจนถึงเม็ดใหญ่ ที่เพิ่มเติมเข้าไปภายหลัง ช่วงที่เตรียมงานเเละไว้ทุกข์ในพระราชวังต้องห้าม 1ปี
ช่วงเวลานั้นเป็นการเตรียมขบวน หุ่นกระดาษเท่าคนจริง เเละสมบัติต่างๆที่ซูสีไทเฮามีเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เพื่อฝั่งไปในสุสานใต้ดิน

เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องระบุว่าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจะนี้ฝังด้วยไข่มุกเม็ดใหญ่และเม็ดเล็กประมาณหมื่นกรัม และมีอัญมณีมากกว่า 80 เม็ดและหยกขาวมากกว่า 200 เม็ด

สิ่งเหล่านี้มีค่ามหาศาลเเละจะอยู่ใกล้ร่างของเธอมากที่สุด (นั่นหมายความว่า ทั้งหมดไม่ได้อยู่ในชุดนี้ชุดเดียวเเต่จะอยู่ในหลายชุดที่ฝั่งไปพร้อมกับซูสีไทเฮา)

เมื่อช่วงซุน เตียนอิง ระเบิดห้องใต้ดินเเละได้พบเข้า จึงเลือกที่จะ”ดึงไข่มุกเม็ดเล็กเม็ดใหญ่” ออกทั้งหมด (จุดวงกลมสีเเดง) เเต่ทิ้งชุดคลุมสตรีลายมังกรนี้ไว้ เพราะคงคิดในใจว่าผ้าไหมหรือเสื้อเก่าๆคงไม่มีราคาเท่ากับไข่มุกเเละสมบัติอื่นๆ

หลังจากได้รับการบูรณะ ให้เห็นสิ่งที่อาจเป็นเสื้อคลุมมังกรสำหรับผู้หญิงเพียงชุดเดียวในโลงของพระนางซูสีไทเฮาที่หลงเหลืออยู่ในประวัติศาสตร์
ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานบริหารจัดการโบราณวัตถุแห่งราชวงศ์ชิงตะวันออก และจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมแห่งชาติจีน

จริงๆในภาพที่พระนางซูสีไทเฮาที่พิพิธภัณฑ์ได้นำมาโชว์ดูเเล้วเป็นคนละชุดกันเเต่ทางพิพิธภัณฑ์อาจจะเอามาเเสดงในตู้กระจกให้เห็นว่า ลักษณะชุดเมื่อสมบูรณ์แบบจะมีลักษณะคล้ายกันเเบบในภาพของพระนางครับ
